กฎหมายแรงงาน

ทดลองงานได้เงินเดือนเต็มไหม? สิทธิค่าจ้างของพนักงานทดลองงานตามกฎหมายแรงงานไทย

เมื่อเริ่มงานกับบริษัทใหม่ หลายคนมักได้รับแจ้งว่าจะต้องผ่านช่วง “ทดลองงาน” หรือ “Probation” ก่อนประมาณ 90 วัน 119 วัน หรือ 120 วัน จึงเกิดคำถามสำคัญว่า ระหว่างทดลองงาน พนักงานจะได้รับเงินเดือนเต็มหรือไม่ บริษัทสามารถจ่ายเงินเดือนต่ำกว่าที่ประกาศรับสมัครไว้ได้หรือไม่ และพนักงานทดลองงานมีสิทธิแตกต่างจากพนักงานประจำมากน้อยเพียงใด

คำตอบโดยหลักคือ พนักงานทดลองงานต้องได้รับค่าจ้างเต็มตามอัตราที่ตกลงกันไว้สำหรับช่วงทดลองงาน ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน นายจ้างไม่สามารถอ้างเพียงว่า “ยังไม่ผ่านทดลองงาน” เพื่อไม่จ่ายค่าจ้าง จ่ายเพียงบางส่วน หรือหักเงินเดือนโดยไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายได้ เพราะลูกจ้างทดลองงานถือเป็นลูกจ้างและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานเช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป 

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ได้เงินเดือนเต็ม” ต้องพิจารณาจากรายละเอียดในประกาศงาน หนังสือเสนอการจ้าง สัญญาจ้าง และข้อตกลงเรื่องค่าตอบแทน เพราะเงินเดือนในช่วงทดลองงานอาจไม่เท่ากับเงินเดือนหลังผ่านทดลองงาน หากนายจ้างและลูกจ้างได้ตกลงอัตราที่แตกต่างกันไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน


คำตอบโดยสรุป: ทดลองงานต้องได้เงินเดือนเต็มหรือไม่

พนักงานทดลองงานต้องได้รับเงินเดือนเต็ม ตามอัตราที่ตกลงไว้สำหรับช่วงทดลองงาน แต่ไม่จำเป็นต้องเท่ากับอัตราหลังผ่านทดลองงานเสมอไป

ตัวอย่างเช่น

  • หากหนังสือเสนอการจ้างระบุว่าเงินเดือน 25,000 บาท โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นอัตราหลังผ่านทดลองงาน นายจ้างก็ควรจ่ายเงินเดือน 25,000 บาทตั้งแต่วันเริ่มงาน
  • หากระบุชัดเจนว่า ระหว่างทดลองงานได้รับเงินเดือน 22,000 บาท และหลังผ่านทดลองงานปรับเป็น 25,000 บาท การได้รับ 22,000 บาทในช่วงทดลองงานก็ถือว่าได้รับเต็มตามข้อตกลง
  • หากประกาศงานและหนังสือเสนอการจ้างระบุเงินเดือน 25,000 บาท แต่เมื่อเริ่มงานแล้วบริษัทจ่ายเพียง 20,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นอัตราทดลองงาน ทั้งที่ไม่เคยตกลงกันมาก่อน กรณีนี้มีความเสี่ยงเป็นการจ่ายค่าจ้างไม่ครบตามข้อตกลง
  • หากเริ่มงานกลางเดือน เงินเดือนงวดแรกอาจได้รับตามสัดส่วนของวันที่เริ่มงาน ไม่ใช่เงินเดือนเต็มทั้งเดือน
  • เงินที่เข้าบัญชีอาจต่ำกว่าเงินเดือนที่ระบุในสัญญา เนื่องจากมีรายการหักโดยชอบ เช่น เงินสมทบประกันสังคม ภาษีเงินได้ หรือเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ดังนั้น ก่อนสรุปว่าได้เงินเดือนไม่เต็ม ต้องแยกให้ออกระหว่าง เงินเดือนก่อนหัก เงินเดือนสุทธิ เงินเดือนช่วงทดลองงาน และเงินเดือนหลังผ่านทดลองงาน

1. พนักงานทดลองงานถือเป็นลูกจ้างตั้งแต่วันแรก

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ พนักงานทดลองงานยังไม่ใช่พนักงานจริงของบริษัท หรือยังไม่ได้รับสิทธิเท่ากับพนักงานทั่วไปจนกว่าจะผ่านการทดลองงาน

ในทางกฎหมาย สถานะ “ทดลองงาน” เป็นเพียงเงื่อนไขที่นายจ้างใช้ประเมินความรู้ ความสามารถ พฤติกรรม และความเหมาะสมกับตำแหน่ง แต่ไม่ได้ทำให้บุคคลนั้นหมดสถานะความเป็นลูกจ้าง หากมีการตกลงให้ทำงานภายใต้การควบคุมหรือบังคับบัญชาของนายจ้างและได้รับค่าตอบแทน บุคคลดังกล่าวย่อมได้รับความคุ้มครองในฐานะลูกจ้างตั้งแต่เริ่มทำงาน

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานอธิบายว่า ลูกจ้างทดลองงานได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป รวมถึงประเด็นค่าจ้าง การเลิกจ้าง และการบอกกล่าวล่วงหน้า 

นั่นหมายความว่า บริษัทไม่ควรกำหนดว่า

  • ช่วงทดลองงานไม่มีเงินเดือน
  • ช่วงฝึกงานก่อนผ่านทดลองงานจะยังไม่จ่ายค่าจ้าง
  • ต้องผ่านทดลองงานก่อนจึงจะมีสิทธิลาป่วยโดยได้รับค่าจ้าง
  • ต้องทำงานครบสามเดือนก่อนจึงจะขึ้นทะเบียนประกันสังคม
  • หากไม่ผ่านทดลองงาน บริษัทสามารถยึดเงินเดือนงวดสุดท้ายได้

เงื่อนไขภายในของบริษัทไม่สามารถตัดสิทธิขั้นต่ำที่กฎหมายรับรองให้แก่ลูกจ้างได้

2. “เงินเดือนเต็ม” หมายถึงอะไร

คำว่าเงินเดือนเต็มอาจมีความหมายแตกต่างกันอย่างน้อยสามลักษณะ

2.1 เงินเดือนเต็มตามสัญญาจ้าง

เป็นจำนวนเงินเดือนก่อนหักรายการต่าง ๆ หรือที่เรียกว่า Gross Salary เช่น สัญญาระบุเงินเดือน 25,000 บาท ลูกจ้างจึงมีสิทธิได้รับค่าจ้างพื้นฐาน 25,000 บาทสำหรับเดือนที่ทำงานเต็มงวด เว้นแต่มีเหตุให้คำนวณตามสัดส่วนหรือมีรายการหักโดยชอบด้วยกฎหมาย

2.2 เงินเดือนเท่ากับหลังผ่านทดลองงาน

ไม่ใช่สิทธิที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบว่าเอกสารการจ้างกำหนดอัตราเดียวตลอด หรือกำหนดเป็นสองอัตรา

หากกำหนดว่า

เงินเดือนระหว่างทดลองงาน 22,000 บาท

เมื่อผ่านทดลองงานปรับเป็น 25,000 บาท

เงินเดือนเต็มในช่วงทดลองงานคือ 22,000 บาท ไม่ใช่ 25,000 บาท

แต่หากระบุเพียงว่า

เงินเดือน 25,000 บาท

ระยะเวลาทดลองงาน 119 วัน

โดยไม่มีข้อความว่าเงินเดือนในช่วงทดลองงานจะต่ำกว่า นายจ้างไม่ควรลดเหลือ 22,000 บาทภายหลัง การลดค่าจ้างถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างในทางที่ไม่เป็นคุณ ซึ่งโดยหลักต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง 

2.3 เงินเดือนสุทธิที่เข้าบัญชี

เงินเดือนสุทธิหรือ Net Salary คือจำนวนเงินที่เหลือหลังหักรายการต่าง ๆ แล้ว ดังนั้น แม้เงินเดือนตามสัญญาจะเป็น 25,000 บาท แต่เงินเข้าบัญชีอาจต่ำกว่า 25,000 บาทได้จากรายการหักที่ถูกต้อง

ลูกจ้างควรตรวจสอบรายละเอียดจากเอกสารคำนวณเงินเดือน ไม่ควรพิจารณาจากยอดเงินเข้าบัญชีเพียงอย่างเดียว

3. บริษัทจ่ายเงินเดือนช่วงทดลองงานต่ำกว่าหลังผ่านทดลองงานได้หรือไม่

ในทางปฏิบัติ นายจ้างและลูกจ้างสามารถกำหนดอัตราเงินเดือนช่วงทดลองงานกับอัตราหลังผ่านทดลองงานให้แตกต่างกันได้ แต่ควรเป็นไปตามเงื่อนไขสำคัญต่อไปนี้

ต้องตกลงกันก่อนเริ่มงาน

อัตราทดลองงานควรปรากฏอย่างชัดเจนในหนังสือเสนอการจ้าง สัญญาจ้าง หรือเอกสารค่าตอบแทน เช่น

เงินเดือนระหว่างทดลองงาน 20,000 บาทต่อเดือน

เมื่อผ่านการทดลองงานจะปรับเป็น 23,000 บาทต่อเดือน มีผลตั้งแต่วันที่บริษัทอนุมัติให้ผ่านทดลองงาน

ข้อความลักษณะนี้ทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกันและลดข้อพิพาทในภายหลัง

ต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ใช้บังคับ

แม้ลูกจ้างจะยอมรับอัตราค่าจ้างช่วงทดลองงาน แต่บริษัทไม่สามารถกำหนดค่าจ้างต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดได้ อัตราค่าจ้างขั้นต่ำอาจแตกต่างกันตามพื้นที่ ประเภทกิจการ และประกาศที่ใช้บังคับในขณะนั้น จึงต้องตรวจสอบประกาศล่าสุดของกระทรวงแรงงาน 

ต้องไม่ลดเงินเดือนย้อนหลังโดยไม่ได้รับความยินยอม

สมมติว่าบริษัทตกลงรับพนักงานด้วยเงินเดือน 30,000 บาท และพนักงานเริ่มทำงานไปแล้ว แต่ฝ่ายบุคคลแจ้งในภายหลังว่า ช่วงทดลองงานจะได้รับเพียง 25,000 บาท การดำเนินการลักษณะนี้ไม่เหมือนกับการตกลงอัตราทดลองงานไว้ตั้งแต่แรก แต่เป็นการลดค่าจ้างภายหลัง ซึ่งอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณต่อลูกจ้าง 

ต้องระบุเงื่อนไขการปรับเงินเดือนหลังผ่านทดลองงานให้ชัดเจน

คำว่า “พิจารณาปรับเงินเดือนหลังผ่านทดลองงาน” แตกต่างจากคำว่า “ปรับเงินเดือนเป็น 25,000 บาทเมื่อผ่านทดลองงาน”

ข้อความแรกอาจหมายถึงบริษัทมีดุลพินิจว่าจะปรับหรือไม่ปรับ ส่วนข้อความหลังมีลักษณะเป็นคำมั่นที่ชัดเจนกว่า ลูกจ้างจึงควรตรวจสอบถ้อยคำในหนังสือเสนอการจ้างอย่างละเอียด ไม่ควรอาศัยเพียงคำพูดระหว่างสัมภาษณ์

4. กรณีใดที่เงินเข้าบัญชีน้อยกว่าเงินเดือน แต่ไม่จำเป็นต้องผิดกฎหมาย

การได้รับเงินเข้าบัญชีน้อยกว่าเงินเดือนตามประกาศไม่ได้หมายความว่าบริษัทจ่ายไม่ครบเสมอไป ต้องพิจารณาสาเหตุประกอบ

เริ่มงานไม่เต็มเดือน

หากเงินเดือน 30,000 บาท แต่เริ่มงานวันที่ 16 ของเดือน เงินเดือนงวดแรกย่อมอาจคำนวณตามสัดส่วนของระยะเวลาที่อยู่ในงวดค่าจ้าง บริษัทควรแจ้งวิธีคำนวณ วันตัดรอบ และวันที่จ่ายอย่างชัดเจน

มีการหักเงินสมทบประกันสังคม

การหักเงินสมทบประกันสังคมเป็นรายการตามกฎหมาย และพนักงานทดลองงานต้องได้รับการขึ้นทะเบียนด้วย นายจ้างไม่ควรรอให้ผ่านทดลองงานก่อนจึงขึ้นทะเบียน โดยสำนักงานประกันสังคมระบุว่านายจ้างมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันนับจากวันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน 

มีการหักภาษีเงินได้

หากรายได้เข้าเกณฑ์ นายจ้างอาจมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ทางภาษี จำนวนที่หักขึ้นอยู่กับรายได้ ค่าลดหย่อน และข้อมูลที่ลูกจ้างแจ้งไว้

มีการหักเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

กรณีบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและลูกจ้างสมัครเข้าเป็นสมาชิก อาจมีการหักเงินสะสมตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุน

มีวันขาดงานหรือลาโดยไม่ได้รับค่าจ้าง

หากลูกจ้างขาดงานโดยไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้าง หรือลาโดยไม่ได้รับค่าจ้างตามระเบียบ บริษัทอาจคำนวณลดลงตามระยะเวลาที่ไม่ได้รับค่าจ้างได้ แต่ต้องแยกออกจากวันลาที่กฎหมายหรือระเบียบบริษัทกำหนดให้ได้รับค่าจ้าง

ค่าคอมมิชชันหรือค่าตอบแทนผันแปรยังไม่เข้าเงื่อนไข

พนักงานขายอาจมีเงินเดือนประจำ 20,000 บาท และค่าคอมมิชชันตามยอดขาย เงินเดือนเต็มไม่ได้หมายความว่าจะต้องได้รับค่าคอมมิชชันเต็มทุกเดือน เพราะค่าคอมมิชชันขึ้นอยู่กับยอดขาย การรับชำระเงิน รอบคำนวณ และเงื่อนไขที่บริษัทประกาศไว้

อย่างไรก็ตาม นายจ้างไม่สามารถตั้งระเบียบเพื่อตัดหรือหักค่าจ้างเป็นการลงโทษตามอำเภอใจ การหักค่าจ้างต้องอยู่ภายใต้กรณีที่กฎหมายอนุญาต และการหักค่าเสียหายต้องมีข้อเท็จจริงและเงื่อนไขที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่เพียงกล่าวว่าลูกจ้างทำผิดแล้วหักเงินทันที 

5. ตัวอย่างการจ่ายเงินเดือนช่วงทดลองงาน

กรณีที่ 1: เงินเดือนเท่ากันตั้งแต่วันแรก

บริษัทรับพนักงานบัญชีด้วยเงินเดือน 28,000 บาท ทดลองงาน 119 วัน หนังสือเสนอการจ้างไม่ได้กำหนดอัตราทดลองงานไว้ต่างหาก

ในกรณีนี้ พนักงานควรได้รับเงินเดือน 28,000 บาทตั้งแต่วันแรก หากทำงานเต็มงวดและไม่มีรายการหักอื่น บริษัทไม่ควรจ่าย 24,000 บาทโดยอ้างว่าเป็นอัตราสำหรับคนยังไม่ผ่านทดลองงาน

กรณีที่ 2: กำหนดเงินเดือนสองอัตราอย่างชัดเจน

บริษัทระบุว่า

  • ทดลองงาน: 24,000 บาทต่อเดือน
  • หลังผ่านทดลองงาน: 27,000 บาทต่อเดือน

หากลูกจ้างรับทราบและยอมรับก่อนเริ่มงาน การได้รับ 24,000 บาทในช่วงทดลองงานถือว่าได้รับครบตามข้อตกลง ตราบใดที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานตามกฎหมาย

กรณีที่ 3: แจ้งลดเงินเดือนหลังเริ่มงาน

บริษัทเสนอเงินเดือน 35,000 บาท แต่หลังเริ่มงานหนึ่งสัปดาห์แจ้งว่าจะจ่ายเพียง 30,000 บาทในช่วงทดลองงาน

กรณีนี้ลูกจ้างควรคัดค้านเป็นลายลักษณ์อักษรทันที เพราะการปล่อยให้มีการจ่ายในอัตราใหม่ต่อเนื่องโดยไม่ทักท้วงอาจทำให้เกิดข้อโต้แย้งภายหลังว่าลูกจ้างยอมรับการเปลี่ยนแปลงโดยปริยายได้ 

กรณีที่ 4: เริ่มงานกลางเดือน

พนักงานมีเงินเดือน 20,000 บาท แต่เริ่มงานวันที่ 20 เงินเดือนงวดแรกอาจได้รับเฉพาะส่วนที่คำนวณตั้งแต่วันที่เริ่มงานถึงวันสิ้นรอบเงินเดือน กรณีนี้ไม่ถือว่าเป็นการจ่ายเงินเดือนช่วงทดลองงานไม่เต็มอัตรา แต่เป็นการทำงานไม่เต็มงวด

กรณีที่ 5: มีการหักเงินเพราะทำงานผิดพลาด

พนักงานทดลองงานทำอุปกรณ์เสียหาย บริษัทจึงหักเงินเดือนทั้งหมดโดยไม่ได้สอบสวน ไม่แจ้งมูลค่าความเสียหาย และไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง

การหักเงินในลักษณะนี้มีความเสี่ยงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการหักค่าจ้างเพื่อชดใช้ความเสียหายไม่ได้ทำได้โดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาว่าความเสียหายเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ลูกจ้างจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่ จำนวนความเสียหายเป็นเท่าใด และเข้าเงื่อนไขการหักค่าจ้างหรือไม่ 

6. สิทธิของพนักงานทดลองงานที่ควรรู้

แม้จะยังไม่ผ่านทดลองงาน ลูกจ้างยังมีสิทธิพื้นฐานหลายประการ

สิทธิได้รับค่าจ้างตามข้อตกลง

บริษัทต้องจ่ายค่าจ้างตามอัตราที่ตกลงกัน ไม่สามารถให้ทำงานจริงโดยไม่จ่ายค่าจ้างเพียงเพราะเรียกช่วงนั้นว่า “ทดลองงาน” หรือ “ทดลองทำงาน”

สิทธิได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราขั้นต่ำ

ข้อตกลงที่กำหนดต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำไม่ควรถูกนำมาใช้ตัดสิทธิของลูกจ้าง แม้ลูกจ้างจะลงชื่อยอมรับก็ตาม 

สิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุด

หากลักษณะงานและข้อเท็จจริงเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย พนักงานทดลองงานย่อมมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือค่าล่วงเวลาในวันหยุดเช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป การอ้างว่ายังไม่ผ่านทดลองงานไม่ใช่เหตุยกเว้นการจ่ายค่าตอบแทนดังกล่าว

สิทธิลาป่วยและได้รับค่าจ้าง

ลูกจ้างทดลองงานมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง และมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันลาป่วยตามกรอบที่กฎหมายกำหนด โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี การระบุว่าพนักงานทดลองงานลาป่วยแล้วไม่ได้รับค่าจ้างจึงไม่ถูกต้อง 

สิทธิประกันสังคม

บริษัทที่อยู่ภายใต้ระบบประกันสังคมต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนลูกจ้างตามกำหนด ไม่ควรใช้การผ่านทดลองงานเป็นเงื่อนไขก่อนเริ่มขึ้นทะเบียน 

สิทธิได้รับเงินค้างจ่ายเมื่อสิ้นสุดการจ้าง

หากบริษัทเลิกจ้างเพราะไม่ผ่านทดลองงาน ลูกจ้างยังมีสิทธิได้รับเงินเดือนถึงวันทำงานสุดท้าย รวมถึงค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือเงินอื่นที่เข้าเงื่อนไข โดยในกรณีเลิกจ้าง กฎหมายกำหนดกรอบการจ่ายเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับภายในสามวันนับจากวันที่เลิกจ้าง 

7. ทดลองงาน 119 วันเกี่ยวข้องกับเงินเดือนหรือไม่

ตัวเลข 119 วันไม่ได้เป็นหลักเกณฑ์ที่กำหนดว่า ก่อนครบ 119 วันบริษัทจะจ่ายเงินเดือนน้อยกว่าปกติได้ และไม่ได้หมายความว่าพนักงานยังไม่มีสิทธิแรงงาน

กฎหมายแรงงานภาคเอกชนไม่ได้กำหนดว่าการทดลองงานต้องมีระยะเวลากี่วัน บริษัทอาจกำหนด 90 วัน 119 วัน หรือระยะเวลาอื่นตามความเหมาะสมและข้อตกลงได้ 

สาเหตุที่หลายบริษัทนิยมกำหนดทดลองงานไม่เกิน 119 วัน มาจากหลักเกณฑ์เรื่องค่าชดเชยกรณีเลิกจ้าง โดยลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 120 วันแต่ไม่ครบหนึ่งปีและถูกเลิกจ้าง โดยไม่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน 

จึงต้องแยกประเด็นออกจากกันดังนี้

  • ค่าจ้าง: ต้องจ่ายตั้งแต่วันแรกตามข้อตกลง
  • ค่าชดเชย: โดยทั่วไปเริ่มพิจารณาเมื่อทำงานครบ 120 วัน
  • การบอกกล่าวล่วงหน้า: อาจยังต้องพิจารณาแม้ทำงานไม่ครบ 120 วัน
  • ประกันสังคม: ต้องดำเนินการตามกำหนดตั้งแต่เข้าทำงาน ไม่ใช่หลังผ่านทดลองงาน
  • วันลาและค่าล่วงเวลา: ไม่ได้เริ่มต้นหลังผ่านทดลองงาน

ดังนั้น คำว่า “ยังไม่ครบ 119 วัน” ไม่ใช่เหตุให้บริษัทไม่จ่ายเงินเดือน ไม่จ่ายค่าล่วงเวลา หรือปฏิเสธสิทธิการลาป่วยโดยได้รับค่าจ้าง

8. หากไม่ผ่านทดลองงาน บริษัทต้องจ่ายอะไรบ้าง

การไม่ผ่านทดลองงานถือเป็นการสิ้นสุดการจ้างหรือการเลิกจ้างในทางปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงการแจ้งผลประเมินโดยไม่มีผลทางกฎหมาย

โดยทั่วไป ลูกจ้างควรตรวจสอบสิทธิอย่างน้อยสี่ส่วน

8.1 เงินเดือนถึงวันทำงานสุดท้าย

นายจ้างต้องคำนวณค่าจ้างตั้งแต่วันเริ่มงวดจนถึงวันสิ้นสุดการจ้าง รวมถึงเงินที่ยังค้างจากงวดก่อน

8.2 ค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุด

หากมีการทำงานล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยุดและเข้าเงื่อนไข ลูกจ้างยังคงมีสิทธิได้รับ แม้จะไม่ผ่านทดลองงาน

8.3 สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

แม้ลูกจ้างจะทำงานไม่ถึง 120 วันและอาจยังไม่มีสิทธิค่าชดเชย แต่ไม่ได้หมายความว่านายจ้างจะเลิกจ้างทันทีได้ทุกกรณีโดยไม่ต้องพิจารณาเรื่องการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานระบุว่าการเลิกจ้างลูกจ้างทดลองงานต้องพิจารณาเรื่องการแจ้งล่วงหน้าด้วย 

8.4 ค่าชดเชย

หากทำงานยังไม่ครบ 120 วัน โดยทั่วไปจะยังไม่เข้าเกณฑ์ค่าชดเชยตามมาตรา 118 แต่หากทำงานครบ 120 วันแล้วและถูกเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุยกเว้นตามกฎหมาย อาจมีสิทธิได้รับค่าชดเชย 30 วัน 

ประเด็นค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นคนละส่วนกัน ลูกจ้างอาจไม่มีสิทธิในส่วนแรก แต่ยังมีสิทธิในส่วนหลังได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบสัญญา วันที่แจ้งเลิกจ้าง รอบการจ่ายค่าจ้าง และเหตุแห่งการเลิกจ้าง

9. สัญญาณเตือนว่าบริษัทอาจจ่ายค่าจ้างช่วงทดลองงานไม่ถูกต้อง

พนักงานควรตรวจสอบเพิ่มเติมเมื่อพบสถานการณ์ต่อไปนี้

  1. บริษัทแจ้งให้ทดลองทำงานจริงหลายวันโดยไม่มีค่าจ้าง
  2. หนังสือเสนอการจ้างระบุเงินเดือนหนึ่งอัตรา แต่จ่ายจริงต่ำกว่าโดยไม่เคยตกลงกัน
  3. บริษัทลดเงินเดือนหลังเริ่มงานโดยให้เหตุผลว่า “เป็นนโยบายทดลองงาน”
  4. หักเงินเดือนเพราะมาสาย ทำผิดระเบียบ หรือทำงานผิดพลาด โดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย
  5. ไม่ขึ้นทะเบียนประกันสังคมจนกว่าจะผ่านทดลองงาน
  6. ไม่จ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยเพราะยังอยู่ในช่วงทดลองงาน
  7. ไม่จ่ายเงินเดือนงวดสุดท้ายเมื่อแจ้งว่าไม่ผ่านทดลองงาน
  8. บังคับให้ลงชื่อยินยอมลดเงินเดือนย้อนหลัง
  9. เปลี่ยนเงื่อนไขเงินเดือน โบนัส หรือค่าคอมมิชชันหลังเริ่มงานโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
  10. ไม่สามารถอธิบายวิธีคำนวณยอดหักหรือเงินเดือนสุทธิได้

การเรียกช่วงเริ่มงานว่า “ฝึกงาน” หรือ “ทดลองงานฟรี” ไม่ได้ทำให้สิทธิค่าจ้างหายไปโดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงว่าบุคคลนั้นเข้าทำงานและปฏิบัติหน้าที่ในฐานะลูกจ้างหรือไม่

10. พนักงานควรทำอย่างไรเมื่อได้รับเงินเดือนไม่ครบ

ขั้นแรกควรตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนกล่าวหาว่าบริษัทจ่ายค่าจ้างไม่ถูกต้อง เพราะความแตกต่างอาจเกิดจากวันเริ่มงาน รอบเงินเดือน ภาษี ประกันสังคม หรือวันลาโดยไม่ได้รับค่าจ้าง

ตรวจสอบเอกสารทั้งหมด

ควรเปรียบเทียบข้อมูลจาก

  • ประกาศรับสมัครงาน
  • ข้อความหรืออีเมลที่เจรจาเงินเดือน
  • หนังสือเสนอการจ้าง
  • สัญญาจ้าง
  • ระเบียบการทดลองงาน
  • รายละเอียดเงินเดือน
  • รายการเดินบัญชี
  • บันทึกเวลาเข้างานและวันลา
  • เอกสารค่าคอมมิชชันหรือค่าตอบแทนผันแปร

สอบถามฝ่ายบุคคลเป็นลายลักษณ์อักษร

ตัวอย่างข้อความที่เหมาะสมคือ

ตามหนังสือเสนอการจ้างระบุเงินเดือนจำนวน 25,000 บาทต่อเดือน แต่เงินเดือนงวดล่าสุดคำนวณจากฐาน 22,000 บาท จึงขอความกรุณาตรวจสอบและชี้แจงรายละเอียดการคำนวณ รวมถึงเอกสารหรือข้อตกลงที่กำหนดอัตราเงินเดือนช่วงทดลองงาน เพื่อให้ข้อมูลตรงกันครับ/ค่ะ

การสอบถามเป็นลายลักษณ์อักษรช่วยลดความเข้าใจผิดและใช้เป็นหลักฐานได้หากต้องดำเนินการต่อ

คัดค้านทันทีหากไม่ยินยอมให้ลดเงินเดือน

หากบริษัทเปลี่ยนอัตราเงินเดือนหลังเริ่มงาน ลูกจ้างไม่ควรเพิกเฉยเป็นเวลานาน ควรแจ้งว่าไม่ยินยอมและขอให้บริษัทปฏิบัติตามข้อตกลงเดิม เพราะการรับเงินในอัตราที่ลดลงต่อเนื่องโดยไม่โต้แย้งอาจทำให้เกิดปัญหาด้านพยานหลักฐานในภายหลัง 

ติดต่อพนักงานตรวจแรงงาน

หากนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง จ่ายไม่ครบ หรือหักค่าจ้างโดยไม่มีเหตุอันชอบ ลูกจ้างสามารถรวบรวมหลักฐานและติดต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่เพื่อขอคำแนะนำหรือยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานได้

หากประเด็นเกี่ยวข้องกับการไม่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม ควรตรวจสอบสถานะกับสำนักงานประกันสังคมและเก็บหลักฐานวันเริ่มงานไว้ด้วย

ระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ก่อนนำสัญญาจ้าง รายละเอียดเงินเดือน หรือเอกสารบริษัทไปโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ ควรปิดบังเลขประจำตัวประชาชน เลขบัญชีธนาคาร ที่อยู่ ลายมือชื่อ ข้อมูลสุขภาพ และข้อมูลภายในที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาท การเก็บหลักฐานเพื่อใช้ยืนยันสิทธิแตกต่างจากการเผยแพร่เอกสารต่อสาธารณะ

11. บทวิเคราะห์สำหรับนายจ้างและฝ่าย HR

แม้การกำหนดเงินเดือนช่วงทดลองงานให้ต่ำกว่าหลังผ่านทดลองงานอาจทำได้เมื่อมีข้อตกลงที่ชัดเจน แต่ในมุมการบริหารทรัพยากรบุคคล บริษัทควรพิจารณาผลกระทบให้รอบด้าน

การจ่ายเงินเดือนเท่ากันตั้งแต่วันแรกช่วยสร้างความเชื่อมั่น

พนักงานส่วนใหญ่เริ่มรับผิดชอบงานจริงตั้งแต่วันแรก บริษัทจึงควรพิจารณาจ่ายเงินเดือนตามมูลค่าของตำแหน่ง ไม่ใช่ตามสถานะว่าผ่านหรือไม่ผ่านทดลองงาน การจ่ายอัตราเดียวช่วยลดความซับซ้อนของระบบเงินเดือนและทำให้ข้อเสนอการจ้างมีความน่าเชื่อถือ

เงินเดือนทดลองงานที่ต่ำกว่าอาจกระทบ Employer Brand

ผู้สมัครอาจมองว่าบริษัทผลักความเสี่ยงทั้งหมดมาให้พนักงาน ทั้งที่พนักงานต้องลาออกจากงานเดิม เสียโอกาส และเริ่มรับผิดชอบงานจริงแล้ว หากบริษัทประกาศเงินเดือนสูงแต่เปิดเผยอัตราทดลองงานที่ต่ำกว่าในขั้นตอนสุดท้าย ผู้สมัครอาจมองว่าเป็นการเสนอเงื่อนไขแบบไม่โปร่งใส

การปรับเงินเดือนหลังผ่านทดลองงานควรมีเกณฑ์ชัดเจน

บริษัทควรกำหนดว่า

  • ใครเป็นผู้ประเมิน
  • ประเมินหัวข้อใดบ้าง
  • ใช้ตัวชี้วัดอะไร
  • ต้องได้คะแนนเท่าใด
  • แจ้งผลภายในวันใด
  • เงินเดือนใหม่มีผลวันไหน
  • หากขยายทดลองงานจะใช้อัตราใด
  • พนักงานมีสิทธิรับทราบหรือชี้แจงผลประเมินอย่างไร

หากไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจน การปรับเงินเดือนอาจขึ้นอยู่กับความเห็นส่วนบุคคลของหัวหน้างาน ทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องความเป็นธรรมและอคติ

ไม่ควรใช้ 119 วันเป็นช่วงปลอดสิทธิ

บางองค์กรเข้าใจผิดว่า ก่อนครบ 120 วันสามารถเลิกจ้างโดยไม่มีต้นทุนและไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ความจริงคือ แม้อาจยังไม่มีค่าชดเชยตามเกณฑ์อายุงาน แต่ยังต้องพิจารณาเงินเดือนค้างจ่าย ค่าล่วงเวลา การบอกกล่าวล่วงหน้า ประกันสังคม และสิทธิอื่นของลูกจ้าง

ควรเก็บข้อมูลการประเมินอย่างเหมาะสม

ข้อมูลการประเมินทดลองงานอาจประกอบด้วยคะแนนผลงาน ความเห็นหัวหน้างาน ประวัติการลา หรือข้อมูลด้านพฤติกรรม บริษัทควรจำกัดสิทธิการเข้าถึง ใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น เก็บรักษาตามระยะเวลาที่เหมาะสม และไม่เผยแพร่ผลประเมินให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง

12. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินเดือนช่วงทดลองงาน

ทดลองงานได้เงินเดือนเพียง 80% ได้หรือไม่

ทำได้เมื่อมีการตกลงอัตราดังกล่าวไว้อย่างชัดเจนก่อนเริ่มงานและจำนวนที่จ่ายไม่ต่ำกว่ามาตรฐานกฎหมาย แต่หากตกลงเงินเดือนเต็มจำนวนแล้ว บริษัทไม่ควรลดเหลือ 80% ในภายหลังโดยไม่ได้รับความยินยอม

บริษัทให้ทดลองทำงานฟรีสามวันได้หรือไม่

หากเป็นการเข้าปฏิบัติงานจริง ทำงานตามตาราง รับคำสั่ง และสร้างประโยชน์ให้กิจการ ข้อเท็จจริงอาจมีลักษณะเป็นการจ้างงาน การเรียกว่า “ทดลองงานฟรี” เพียงอย่างเดียวไม่ทำให้หน้าที่จ่ายค่าจ้างหมดไป

พนักงานทดลองงานลาป่วยแล้วถูกหักเงินได้หรือไม่

ลูกจ้างทดลองงานมีสิทธิลาป่วยและได้รับค่าจ้างตามกรอบกฎหมายเช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป บริษัทไม่ควรหักค่าจ้างเพียงเพราะยังไม่ผ่านทดลองงาน 

ต้องรอผ่านทดลองงานก่อนจึงเข้าประกันสังคมหรือไม่

ไม่ต้องรอ นายจ้างมีหน้าที่ดำเนินการขึ้นทะเบียนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดนับจากวันเข้าทำงาน 

ไม่ผ่านทดลองงานจะได้เงินเดือนงวดสุดท้ายหรือไม่

ได้ นายจ้างยังต้องจ่ายเงินเดือนถึงวันสิ้นสุดการจ้างและเงินอื่นที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ การไม่ผ่านทดลองงานไม่ใช่เหตุให้ยึดเงินเดือน

เงินเดือนหลังผ่านทดลองงานต้องจ่ายย้อนหลังหรือไม่

ขึ้นอยู่กับข้อความในสัญญา หากระบุว่าเงินเดือนใหม่มีผลตั้งแต่วันที่ผ่านทดลองงาน ก็ใช้ตั้งแต่วันดังกล่าว หากระบุให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันเริ่มงานจึงจะคำนวณย้อนหลังได้ ไม่ควรสันนิษฐานว่าการปรับหลังผ่านทดลองงานต้องย้อนหลังโดยอัตโนมัติ

บริษัทขยายทดลองงานได้หรือไม่

กฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลาทดลองงานตายตัว แต่การขยายระยะเวลาควรสอดคล้องกับสัญญาเดิม มีเหตุผลที่ชัดเจน และแจ้งให้ลูกจ้างทราบ การขยายทดลองงานไม่ทำให้อายุงานเริ่มนับใหม่ และไม่สามารถใช้เพื่อตัดสิทธิที่เกิดจากอายุงานจริงได้

สรุป: ทดลองงานได้เงินเดือนเต็มตามอัตราที่ตกลงไว้

พนักงานทดลองงานต้องได้รับค่าจ้างตั้งแต่วันแรกและได้รับเงินเดือนเต็มตามอัตราที่นายจ้างกับลูกจ้างตกลงกันไว้สำหรับช่วงทดลองงาน ไม่ใช่ทำงานฟรี และไม่ใช่ช่วงเวลาที่นายจ้างสามารถลดหรือหักเงินเดือนได้ตามอำเภอใจ

หากสัญญาระบุเงินเดือนอัตราเดียว พนักงานควรได้รับอัตรานั้นตั้งแต่เริ่มงาน แต่หากระบุเงินเดือนช่วงทดลองงานและหลังผ่านทดลองงานแยกกันอย่างชัดเจน บริษัทสามารถจ่ายตามอัตราช่วงทดลองงานได้ โดยต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานกฎหมายและต้องไม่เปลี่ยนแปลงข้อตกลงภายหลังโดยไม่ได้รับความยินยอม

สิ่งที่ทั้งลูกจ้างและนายจ้างควรให้ความสำคัญที่สุดคือ ความชัดเจนของเอกสารการจ้าง ความโปร่งใสของวิธีคำนวณเงินเดือน และการไม่ใช้คำว่า “ทดลองงาน” เพื่อลดทอนสิทธิแรงงานขั้นพื้นฐาน

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปตามกฎหมายแรงงานไทย ข้อสรุปในแต่ละกรณีอาจแตกต่างกันตามสัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ข้อตกลงสภาพการจ้าง และข้อเท็จจริงของการจ้างงาน