การหางานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเดินเข้าไปสมัครที่บริษัทหรือเปิดดูประกาศจากหนังสือพิมพ์ ผู้สมัครสามารถค้นหาตำแหน่งงานได้จากเว็บไซต์สมัครงาน เว็บไซต์ของบริษัท เพจของนายจ้าง กลุ่ม Facebook ตลอดจนโพสต์ที่ถูกแชร์ต่อกันในสื่อสังคมออนไลน์
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีช่องทางมากขึ้น คำถามสำคัญที่ผู้หางานจำนวนมากสงสัยคือ หางานผ่านเว็บไซต์ดีกว่าหางานผ่าน Facebook หรือไม่
คำตอบโดยตรงคือ เว็บไซต์หางานมักเหมาะสำหรับใช้เป็นช่องทางหลัก เพราะถูกออกแบบมาเพื่อรวบรวม จัดหมวดหมู่ ค้นหา และสมัครงานโดยเฉพาะ ส่วน Facebook เหมาะสำหรับใช้เป็นช่องทางเสริม โดยเฉพาะการค้นหางานใกล้บ้าน งานเร่งด่วน งานรายวัน งานพาร์ตไทม์ หรืองานจากร้านค้าและธุรกิจขนาดเล็ก
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตัดสินว่าเว็บไซต์ทุกแห่งปลอดภัยกว่า Facebook เสมอไป เพราะประกาศงานปลอมสามารถปรากฏได้ทั้งบนเว็บไซต์หางานและสื่อสังคมออนไลน์ หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคของสหรัฐฯ ระบุว่า มิจฉาชีพลงประกาศงานผ่านช่องทางเดียวกับนายจ้างจริง ทั้งโฆษณาออนไลน์ เว็บไซต์หางาน และโซเชียลมีเดีย โดยเป้าหมายอาจเป็นเงินหรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัคร
ดังนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการเลือกช่องทาง แต่ต้องรู้ว่าแต่ละช่องทางมีจุดแข็ง จุดอ่อน และความเสี่ยงอย่างไร
เว็บไซต์หางานและ Facebook แตกต่างกันอย่างไร
เว็บไซต์หางานเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อระหว่างนายจ้างกับผู้สมัครงานโดยตรง ระบบจึงมักมีช่องสำหรับระบุชื่อตำแหน่ง บริษัท สถานที่ทำงาน เงินเดือน ประเภทการจ้าง คุณสมบัติ ประสบการณ์ และวิธีสมัครอย่างเป็นหมวดหมู่
เว็บไซต์หางานบางแห่งยังมีระบบบันทึกงานที่สนใจ แจ้งเตือนตำแหน่งใหม่ เก็บประวัติการสมัคร อัปโหลดเรซูเม่ และแนะนำตำแหน่งที่สอดคล้องกับประวัติของผู้สมัคร ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มหางานบางรายมีตัวกรองตามเงินเดือน สถานที่ รูปแบบการทำงาน และประเภทการจ้าง รวมถึงระบบบันทึกการค้นหาและดูประวัติการสมัครย้อนหลัง
ขณะที่ Facebook เป็นแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ การประกาศงานจึงอาจอยู่ในรูปแบบโพสต์จากเพจบริษัท โพสต์ส่วนบุคคล กลุ่มหางานเฉพาะจังหวัด กลุ่มอาชีพ หรือกลุ่มชุมชน ข้อมูลในแต่ละประกาศอาจมีความละเอียดไม่เท่ากัน บางโพสต์ระบุข้อมูลครบถ้วน แต่บางโพสต์มีเพียงชื่อตำแหน่ง รายได้โดยประมาณ และช่องทางติดต่อทาง Messenger หรือแอปสนทนาอื่น
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เว็บไซต์หางานเน้นการค้นหาและสมัครงานอย่างเป็นระบบ ส่วน Facebook เน้นการกระจายข้อมูลและการเชื่อมต่อระหว่างคนในเครือข่าย
หางานผ่านเว็บไซต์ดีกว่าอย่างไร
1. ค้นหาตำแหน่งที่ตรงกับความต้องการได้ง่ายกว่า
ข้อได้เปรียบที่ชัดเจนที่สุดของเว็บไซต์หางานคือระบบค้นหา ผู้สมัครสามารถกำหนดเงื่อนไขได้ว่าอยากทำงานอะไร ที่ไหน ต้องการเงินเดือนเท่าไร ต้องการงานประจำ งานพาร์ตไทม์ งานสัญญาจ้าง หรือการทำงานจากที่บ้าน
ตัวอย่างเช่น ผู้สมัครอาจค้นหาเฉพาะงานบัญชีในกรุงเทพฯ เงินเดือนตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป หรือเลือกเฉพาะตำแหน่งที่เปิดรับผู้ไม่มีประสบการณ์ ระบบจะช่วยคัดกรองประกาศที่ไม่ตรงกับเงื่อนไขออกไป
แพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” ของกรมการจัดหางานมีการแบ่งการค้นหาออกเป็นงานภาครัฐ งานทั่วไป งานจากบริษัทจัดหางาน และการค้นหาจากแผนที่ แสดงให้เห็นถึงลักษณะสำคัญของเว็บไซต์หางานที่จัดข้อมูลไว้ตามวัตถุประสงค์โดยเฉพาะ
ในทางตรงกันข้าม การหางานผ่าน Facebook มักต้องเลื่อนดูโพสต์จำนวนมาก ใช้คำค้นหลายรูปแบบ หรือเข้าร่วมหลายกลุ่ม ประกาศที่ตรงกับความต้องการอาจถูกโพสต์ทับและหายไปจากหน้าฟีดอย่างรวดเร็ว
2. เปรียบเทียบหลายตำแหน่งได้สะดวกกว่า
การตัดสินใจเลือกงานไม่ควรดูเพียงเงินเดือน ผู้สมัครควรพิจารณาหน้าที่รับผิดชอบ สถานที่ทำงาน เวลาทำงาน วันหยุด สวัสดิการ รูปแบบการจ้าง คุณสมบัติ และโอกาสเติบโตประกอบกัน
เว็บไซต์หางานมักจัดวางข้อมูลเหล่านี้เป็นหัวข้อ ทำให้สามารถเปิดหลายตำแหน่งและเปรียบเทียบกันได้ง่าย เช่น
- ตำแหน่งใดมีหน้าที่ตรงกับประสบการณ์มากกว่า
- บริษัทใดเดินทางสะดวกกว่า
- งานใดระบุเงินเดือนชัดเจน
- ตำแหน่งใดมีสวัสดิการหรือวันหยุดเหมาะกับชีวิตส่วนตัว
- งานใดเปิดรับเด็กจบใหม่หรือผู้เปลี่ยนสายงาน
ส่วนประกาศใน Facebook อาจเขียนเป็นข้อความยาว รูปภาพ หรือข้อความสั้นมากจนผู้สมัครต้องสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเอง ทำให้ใช้เวลามากขึ้นและเปรียบเทียบได้ยากกว่า
3. รายละเอียดของบริษัทและตำแหน่งมักเป็นระบบกว่า
ประกาศงานบนเว็บไซต์ที่มีคุณภาพมักประกอบด้วยชื่อบริษัท สถานที่ทำงาน รายละเอียดหน้าที่ คุณสมบัติ เงินเดือนหรือช่วงเงินเดือน สวัสดิการ และช่องทางสมัคร
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้สมัครวิเคราะห์ได้ก่อนว่า งานนั้นเหมาะกับตนเองหรือไม่ ลดการส่งเรซูเม่แบบหว่าน และลดโอกาสเสียเวลาไปสัมภาษณ์งานที่เงื่อนไขไม่ตรงกับความต้องการ
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ลงประกาศบนเว็บไซต์” ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลจะถูกต้องทั้งหมด ผู้สมัครยังต้องตรวจสอบชื่อบริษัท ที่อยู่ เว็บไซต์ทางการ และช่องทางติดต่อก่อนสมัคร โดยเฉพาะประกาศที่ระบุข้อมูลไม่ครบหรือเสนอผลตอบแทนสูงผิดปกติ
4. จัดการประวัติการสมัครได้ง่ายกว่า
ผู้สมัครที่กำลังหางานจริงจังอาจส่งใบสมัครหลายตำแหน่งภายในหนึ่งเดือน หากไม่มีระบบบันทึก อาจจำไม่ได้ว่าสมัครบริษัทใด สมัครตำแหน่งอะไร หรือส่งเรซูเม่ฉบับไหนไป
เว็บไซต์หางานหลายแห่งมีระบบช่วยบันทึกงานที่สนใจ ประวัติการสมัคร และวันที่สมัคร บางแห่งสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนเมื่อตำแหน่งที่ตรงกับคำค้นถูกประกาศใหม่ได้
Facebook ไม่มีระบบจัดการใบสมัครแบบรวมศูนย์ ผู้สมัครอาจต้องย้อนดู Messenger ประวัติความคิดเห็น โพสต์ที่บันทึกไว้ หรือแชตในหลายแอป ทำให้ติดตามสถานะได้ยากกว่า โดยเฉพาะเมื่อสมัครงานจำนวนมากพร้อมกัน
5. การสมัครมีความเป็นมืออาชีพมากกว่า
การสมัครผ่านระบบที่กำหนดไว้มักทำให้ข้อมูลของผู้สมัครเข้าสู่กระบวนการสรรหาอย่างเป็นทางการ เช่น ส่งเข้าสู่บัญชีนายจ้าง ฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือระบบรับสมัครของบริษัท
ขณะที่การสมัครด้วยการแสดงความคิดเห็นว่า “สนใจค่ะ” หรือส่งข้อความสั้นผ่าน Messenger อาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะตำแหน่งงานสำนักงาน งานวิชาชีพ งานระดับหัวหน้างาน หรือบริษัทที่มีผู้สมัครจำนวนมาก
แม้ผู้สมัครพบประกาศจาก Facebook ทางเลือกที่เหมาะสมกว่าคือ ตรวจสอบว่าบริษัทมีเว็บไซต์รับสมัครงาน อีเมลฝ่ายบุคคล หรือประกาศเดียวกันบนเว็บไซต์หางานหรือไม่ แล้วสมัครผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการนั้น
6. ควบคุมข้อมูลส่วนตัวได้ดีกว่าในบางแพลตฟอร์ม
การสมัครงานจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ ประวัติการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล แต่ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดต่อสาธารณะ
เว็บไซต์หางานบางแห่งอนุญาตให้ผู้สมัครตั้งค่าการมองเห็นโปรไฟล์ จำกัดการเข้าถึงเรซูเม่ หรือเปิดข้อมูลเต็มให้เฉพาะบัญชีนายจ้างที่อยู่ในระบบ ตัวอย่างของแพลตฟอร์มบางรายระบุว่าผู้สมัครสามารถเลือกเปิดโปรไฟล์ให้ค้นหาได้ โดยข้อมูลติดต่อและเรซูเม่ฉบับเต็มจะจำกัดให้ผู้ใช้งานฝั่งนายจ้างเข้าถึง
ใน Facebook ผู้สมัครบางคนโพสต์เรซูเม่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล หรือข้อมูลส่วนตัวลงในกลุ่มสาธารณะโดยตรง ซึ่งอาจทำให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าถึงและนำข้อมูลไปใช้ต่อได้
ทางปฏิบัติที่ปลอดภัยกว่าคือ อย่าโพสต์สำเนาบัตรประชาชน เลขบัญชีธนาคาร ที่อยู่บ้านอย่างละเอียด วันเดือนปีเกิดเต็ม หรือเอกสารสำคัญลงในกลุ่ม Facebook และไม่ควรส่งข้อมูลเหล่านี้ให้ผู้ติดต่อที่ยังตรวจสอบตัวตนไม่ได้
Facebook มีข้อดีในการหางานหรือไม่
แม้เว็บไซต์หางานจะเหมาะเป็นช่องทางหลัก แต่ Facebook ยังมีประโยชน์ในหลายสถานการณ์ และไม่ควรถูกตัดออกจากแผนการหางานทั้งหมด
1. เหมาะกับงานเร่งด่วนและงานที่ต้องการคนเริ่มงานเร็ว
ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงแรมขนาดเล็ก ร้านค้าปลีก โกดัง บริษัทรับเหมา หรือธุรกิจในชุมชนบางแห่งอาจต้องการพนักงานทันที จึงเลือกโพสต์ในกลุ่ม Facebook เพราะสามารถสื่อสารกับผู้สนใจได้รวดเร็ว
ผู้สมัครอาจเห็นโพสต์ในช่วงเช้า สอบถามรายละเอียด นัดสัมภาษณ์ และเริ่มงานได้ภายในระยะเวลาไม่นาน เหมาะกับผู้ที่ต้องการงานด่วนหรืองานที่มีกระบวนการรับสมัครไม่ซับซ้อน
อย่างไรก็ตาม ความเร็วไม่ควรทำให้ข้ามขั้นตอนตรวจสอบนายจ้าง ผู้สมัครควรรู้ชื่อกิจการ สถานที่ทำงาน หน้าที่ เวลาทำงาน ค่าจ้าง และผู้รับผิดชอบก่อนเดินทางไปสัมภาษณ์
2. ค้นหางานใกล้บ้านได้ดี
Facebook มีกลุ่มหางานตามจังหวัด เขต อำเภอ นิคมอุตสาหกรรม หรือย่านการค้า เช่น กลุ่มหางานลาดกระบัง หางานบางนา หางานชลบุรี หางานนิคมอมตะ หรืองานร้านอาหารในจังหวัดท่องเที่ยว
กลุ่มลักษณะนี้ช่วยให้ผู้สมัครค้นพบกิจการขนาดเล็กที่อาจไม่ได้ลงประกาศในเว็บไซต์ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะงานบริการ งานหน้าร้าน งานช่าง งานคลังสินค้า งานขับรถ และงานรายวัน
ดังนั้น สำหรับผู้สมัครที่ให้ความสำคัญกับระยะทางมากกว่าชื่อบริษัท Facebook อาจช่วยเปิดโอกาสที่หาไม่พบจากการใช้คำค้นทั่วไปในเว็บไซต์
3. ได้ข้อมูลจากชุมชนและคนที่มีประสบการณ์จริง
ข้อดีของกลุ่ม Facebook คือสมาชิกสามารถแสดงความคิดเห็น สอบถาม หรือแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับสถานที่ทำงานได้ ผู้สมัครอาจพบข้อมูลเพิ่มเติมว่า บริษัทเดินทางอย่างไร มีรถรับส่งหรือไม่ สัมภาษณ์รูปแบบไหน หรือประกาศนั้นยังเปิดรับอยู่หรือไม่
แต่ความคิดเห็นในกลุ่มไม่ใช่ข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบเสมอไป ผู้สมัครควรแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริง ประสบการณ์ส่วนบุคคล ข่าวลือ และความขัดแย้งส่วนตัว ไม่ควรตัดสินบริษัทจากความคิดเห็นเพียงข้อความเดียว
4. เข้าถึงนายจ้างรายย่อยได้ง่ายกว่า
ธุรกิจขนาดเล็กอาจไม่มีฝ่ายทรัพยากรบุคคล ไม่มีระบบรับสมัคร หรือไม่มีงบประมาณสำหรับประชาสัมพันธ์ตำแหน่งงานหลายช่องทาง เจ้าของกิจการจึงลงประกาศด้วยตนเองผ่านเพจหรือกลุ่ม Facebook
การติดต่อโดยตรงช่วยให้ผู้สมัครถามคำถามได้รวดเร็ว แต่ควรระวังประกาศที่ใช้เพียงบัญชีส่วนตัว ไม่มีชื่อร้านหรือบริษัทชัดเจน ปฏิเสธการให้ที่อยู่ และเร่งให้ส่งเอกสารสำคัญหรือโอนเงินก่อนพบกัน
ข้อจำกัดของการหางานผ่าน Facebook
1. ข้อมูลประกาศอาจไม่ครบถ้วน
ประกาศบางโพสต์อาจระบุเพียงว่า “รับสมัครแอดมิน รายได้ดี ทำงานที่บ้าน สนใจทักแชต” โดยไม่มีชื่อบริษัท หน้าที่จริง เวลาทำงาน คุณสมบัติ หรือเงื่อนไขค่าตอบแทน
การขาดข้อมูลเหล่านี้ทำให้ผู้สมัครประเมินไม่ได้ว่าเป็นงานประจำ งานขาย งานตัวแทน งานที่จ่ายตามผลงาน หรือกิจกรรมที่ต้องลงทุนก่อนเริ่มทำงาน
ประกาศงานที่น่าเชื่อถือควรตอบคำถามพื้นฐานได้ว่า ใครเป็นนายจ้าง ทำงานอะไร ทำที่ไหน เวลาใด ค่าตอบแทนคิดอย่างไร และสมัครผ่านใคร
2. ประกาศเก่าและประกาศใหม่อาจปะปนกัน
โพสต์เก่าอาจถูกแชร์หรือแสดงความคิดเห็นจนกลับมาปรากฏอีกครั้ง ทำให้ผู้สมัครเข้าใจว่าบริษัทยังเปิดรับ ทั้งที่ตำแหน่งถูกปิดไปแล้ว
ก่อนสมัครควรตรวจวันที่โพสต์ วันที่แก้ไข และถามยืนยันว่าตำแหน่งยังเปิดรับอยู่หรือไม่ ไม่ควรส่งเอกสารส่วนบุคคลทันทีเพียงเพราะเห็นคำว่า “รับด่วน”
3. ตรวจสอบตัวตนผู้ประกาศได้ยากกว่า
ผู้ประกาศอาจใช้บัญชีส่วนตัว ชื่อเล่น รูปโปรไฟล์ทั่วไป หรือบัญชีที่เพิ่งสร้างใหม่ บางครั้งผู้โพสต์ไม่ใช่พนักงานของบริษัทโดยตรง แต่อาจเป็นนายหน้า ผู้แนะนำ ผู้รับค่าตอบแทนจากการหาคน หรือบุคคลที่นำประกาศของผู้อื่นมาโพสต์ซ้ำ
ผู้สมัครจึงต้องถามให้ชัดว่า ผู้ประกาศมีความเกี่ยวข้องกับบริษัทอย่างไร เป็นพนักงานฝ่ายบุคคล เจ้าของกิจการ บริษัทจัดหางาน หรือนายหน้าอิสระ
4. มีความเสี่ยงจากประกาศปลอมและการหลอกให้โอนเงิน
Meta มีคำแนะนำเกี่ยวกับการหางานบน Facebook และเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มักพบในกลโกง เช่น ค่าสมัคร ค่าจัดหางาน ค่าจองสัมภาษณ์ ค่าอบรม หรือค่าจัดทำเรซูเม่
กรมการจัดหางานของไทยเคยเตือนกรณีมิจฉาชีพซื้อโฆษณาผ่าน Facebook เพื่อชักชวนคนหางาน โดยเฉพาะงานต่างประเทศ พร้อมแนะนำให้ตรวจสอบบริษัทจัดหางานและใบอนุญาตก่อนโอนเงิน
สัญญาณอันตรายที่ควรหยุดติดต่อทันที ได้แก่
- เสนอรายได้สูงมากแต่ไม่อธิบายหน้าที่
- รับเข้าทำงานทันทีโดยไม่ตรวจประวัติหรือสัมภาษณ์
- ขอค่าประกันงาน ค่าจองสิทธิ หรือค่าปลดล็อกระบบ
- ขอให้ใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวรับหรือโอนเงินแทนบริษัท
- ขอรหัส OTP รหัสผ่าน หรือข้อมูลบัตรเครดิต
- ส่งลิงก์ให้เข้าสู่ระบบผ่านหน้าเว็บที่ไม่ใช่โดเมนทางการ
- ให้รับสินค้าแล้วส่งต่อไปยังบุคคลอื่น
- ขอสำเนาบัตรประชาชนพร้อมลายเซ็นโดยไม่ชี้แจงวัตถุประสงค์
- นัดสัมภาษณ์ในสถานที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทและไม่สามารถยืนยันตัวตนผู้สัมภาษณ์ได้
- เร่งให้ตัดสินใจหรือโอนเงินภายในเวลาจำกัด
เว็บไซต์หางานปลอดภัยกว่า Facebook เสมอหรือไม่
ไม่เสมอไป
แม้เว็บไซต์หางานจะมีโครงสร้างชัดเจนกว่า แต่ประกาศปลอมอาจเล็ดลอดเข้ามาได้ มิจฉาชีพอาจแอบอ้างชื่อบริษัทจริง สร้างอีเมลคล้ายอีเมลบริษัท คัดลอกรายละเอียดจากประกาศจริง หรือปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สรรหา
FTC ระบุอย่างชัดเจนว่ามิจฉาชีพใช้ทั้งเว็บไซต์หางานและโซเชียลมีเดีย ดังนั้น การพบประกาศบนแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียงไม่ใช่หลักประกันว่าตำแหน่งนั้นเป็นของจริง
เว็บไซต์ที่ดีช่วยลดความเสี่ยงด้วยระบบบัญชีนายจ้าง การรายงานประกาศ และการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ แต่ผู้สมัครยังมีหน้าที่ตรวจสอบก่อนส่งเอกสารสำคัญ ตอบรับงาน หรือดำเนินธุรกรรมทางการเงิน
วิธีตรวจสอบประกาศงานก่อนสมัคร
1. ตรวจสอบชื่อบริษัทให้ตรงกันทุกช่องทาง
ค้นหาชื่อบริษัทจากเว็บไซต์ทางการ Google Maps เว็บไซต์หางาน เพจ Facebook และฐานข้อมูลนิติบุคคล ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และประเภทธุรกิจควรสอดคล้องกัน
ผู้สมัครสามารถใช้ DBD DataWarehouse+ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อค้นหาข้อมูลนิติบุคคลเบื้องต้นได้
การพบชื่อบริษัทในฐานข้อมูลไม่ได้ยืนยันว่าผู้ติดต่อเป็นตัวแทนของบริษัทจริง จึงควรโทรศัพท์ไปยังหมายเลขที่ปรากฏบนเว็บไซต์ทางการเพื่อยืนยันอีกครั้ง
2. ตรวจสอบอีเมลของผู้ติดต่อ
บริษัทที่มีระบบสรรหาชัดเจนมักใช้อีเมลโดเมนบริษัท เช่น hr@companyname.com มากกว่าอีเมลทั่วไป
การใช้อีเมลฟรีไม่ได้แปลว่าเป็นมิจฉาชีพเสมอไป เพราะธุรกิจขนาดเล็กอาจใช้อีเมลทั่วไปได้ แต่ผู้สมัครควรตรวจสอบข้อมูลด้านอื่นเพิ่ม เช่น ชื่อร้าน ที่ตั้งจริง เลขทะเบียนนิติบุคคล เบอร์โทรศัพท์ และบุคคลที่สามารถยืนยันได้
3. อ่านรายละเอียดงานให้ครบก่อนส่งเรซูเม่
ประกาศควรระบุหน้าที่หลัก คุณสมบัติ สถานที่ เวลาทำงาน รูปแบบค่าตอบแทน และประเภทการจ้างอย่างชัดเจน
กรณีไม่มีข้อมูล ควรถามให้ครบก่อน เช่น
“ขอทราบชื่อบริษัทและสถานที่ปฏิบัติงานได้หรือไม่”
“ตำแหน่งนี้เป็นงานประจำหรือจ่ายตามผลงาน”
“ฐานเงินเดือนเท่าไร และมีเงื่อนไขค่าคอมมิชชันอย่างไร”
“ผู้สัมภาษณ์อยู่ในตำแหน่งใด และนัดหมายที่สำนักงานของบริษัทหรือไม่”
คำถามเหล่านี้เป็นเรื่องปกติของการสมัครงาน นายจ้างที่น่าเชื่อถือควรสามารถตอบข้อมูลพื้นฐานได้
4. อย่าจ่ายเงินเพื่อแลกกับคำสัญญาว่าจะได้งาน
ผู้สมัครควรระวังการเรียกเก็บค่าประกัน ค่าจองตำแหน่ง ค่าสมาชิก ค่าปลดล็อกงาน ค่าฝึกอบรมบังคับ หรือค่าอุปกรณ์ที่ต้องจ่ายให้บัญชีบุคคลก่อนเริ่มงาน
FTC แนะนำว่าไม่ควรจ่ายเงินเพื่อแลกกับคำสัญญาว่าจะได้งาน และการขอให้ผู้สมัครนำเช็คไปฝากแล้วโอนเงินบางส่วนกลับถือเป็นสัญญาณของกลโกง
สำหรับงานต่างประเทศซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายบางประเภทตามกระบวนการ ผู้สมัครต้องตรวจสอบใบอนุญาต บริษัทจัดหางาน รายการค่าใช้จ่าย และหลักฐานการชำระเงินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนทุกครั้ง
5. ส่งข้อมูลเท่าที่จำเป็นในแต่ละขั้นตอน
ในขั้นสมัครเบื้องต้น โดยทั่วไปควรส่งเฉพาะเรซูเม่และผลงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่จำเป็นต้องส่งสมุดบัญชีธนาคาร รหัส OTP ข้อมูลบัตรเครดิต หรือเอกสารที่เปิดเผยข้อมูลมากเกินไป
หากบริษัทต้องการสำเนาบัตรประชาชนในขั้นตอนทำสัญญาหรือเริ่มงาน ควรเขียนกำกับบนสำเนาว่าใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด พร้อมระบุวันที่ และปิดบังข้อมูลที่ไม่จำเป็นตามความเหมาะสม
ควรใช้เว็บไซต์และ Facebook ร่วมกันอย่างไรให้ได้งานเร็วขึ้น
วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดไม่ใช่การเลือกเพียงช่องทางเดียว แต่เป็นการกำหนดบทบาทให้แต่ละช่องทางอย่างชัดเจน
ใช้เว็บไซต์หางานเป็นฐานหลัก
ค้นหาตำแหน่งตามสายงาน พื้นที่ เงินเดือน และประสบการณ์ บันทึกงานที่สนใจ และสมัครผ่านระบบอย่างสม่ำเสมอ ควรปรับเรซูเม่ให้ตรงกับแต่ละตำแหน่ง แทนการส่งเอกสารฉบับเดียวไปทุกบริษัท
ใช้ Facebook เป็นช่องทางค้นพบโอกาสเพิ่มเติม
เข้าร่วมกลุ่มที่ตรงกับอาชีพและพื้นที่จริง เช่น งานบัญชี งานขาย งานร้านอาหาร งานโรงแรม งานช่าง หรืองานในจังหวัดที่ต้องการ หลีกเลี่ยงการเข้ากลุ่มจำนวนมากจนไม่สามารถติดตามข้อมูลได้
เมื่อพบงานจาก Facebook ให้ตรวจสอบผ่านช่องทางทางการ
ค้นหาประกาศเดียวกันบนเว็บไซต์บริษัท เว็บไซต์หางาน หรือเพจทางการ หากพบช่องทางสมัครอย่างเป็นทางการ ควรสมัครผ่านช่องทางนั้น แล้วระบุว่าเห็นประกาศจาก Facebook
จัดทำรายการติดตามการสมัคร
บันทึกชื่อบริษัท ตำแหน่ง วันที่สมัคร ช่องทาง ผู้ติดต่อ วันที่ติดตามผล และสถานะปัจจุบัน วิธีนี้ช่วยป้องกันการสมัครซ้ำและช่วยให้เตรียมตัวเมื่อบริษัทติดต่อกลับ
ติดตามผลอย่างเหมาะสม
หากประกาศไม่ได้ระบุระยะเวลาพิจารณา สามารถติดตามผลหลังสมัครประมาณหลายวันทำการด้วยข้อความสุภาพ โดยไม่ส่งข้อความซ้ำทุกวัน
ช่องทางใดเหมาะกับผู้สมัครแต่ละประเภท
เด็กจบใหม่หรือผู้ไม่มีประสบการณ์
ควรเริ่มจากเว็บไซต์หางาน เพราะสามารถกรองตำแหน่งที่ระบุว่าเปิดรับนักศึกษาจบใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ หรือมีการฝึกอบรมให้ได้ง่ายกว่า
Facebook สามารถใช้ติดตามกลุ่มฝึกงาน งานเริ่มต้น และงานใกล้มหาวิทยาลัย แต่ต้องระวังประกาศที่เสนอรายได้สูงโดยไม่ระบุลักษณะงาน
ผู้มีประสบการณ์และผู้สมัครระดับวิชาชีพ
เว็บไซต์หางาน เว็บไซต์บริษัท และเครือข่ายวิชาชีพควรเป็นช่องทางหลัก เพราะตำแหน่งมักมีข้อกำหนดด้านประสบการณ์ ทักษะ และความรับผิดชอบที่ต้องอธิบายอย่างละเอียด
Facebook อาจใช้ติดตามข่าวจากกลุ่มอุตสาหกรรม แต่ไม่ควรพึ่งโพสต์ทั่วไปเพียงอย่างเดียว
ผู้ต้องการงานใกล้บ้านหรืองานเริ่มด่วน
Facebook มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัด เขต นิคมอุตสาหกรรม และชุมชน แต่ควรใช้ควบคู่กับเว็บไซต์หางานที่ค้นหาตามสถานที่หรือแผนที่ได้
ผู้หางานพาร์ตไทม์ งานรายวัน หรืองานบริการ
Facebook อาจมีประกาศจำนวนมากและติดต่อได้รวดเร็ว แต่ผู้สมัครต้องถามเงื่อนไขค่าจ้าง ชั่วโมงทำงาน วันจ่ายเงิน และผู้รับผิดชอบให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน
ผู้หางานจากที่บ้านหรืองานออนไลน์
ควรใช้ความระมัดระวังสูงเป็นพิเศษ เนื่องจากคำว่า Work from Home อาจถูกใช้ปะปนกับงานขาย งานตัวแทน งานที่ต้องซื้อสินค้า งานที่ต้องลงทุน หรือกลโกงแบบให้ทำภารกิจแล้วเติมเงิน
งานจากที่บ้านที่น่าเชื่อถือควรอธิบายหน้าที่ ผลงานที่ต้องส่ง ชั่วโมงทำงาน รูปแบบการจ่ายเงิน บริษัทผู้ว่าจ้าง และสัญญาการจ้างได้อย่างชัดเจน
ผู้สมัครงานต่างประเทศ
ไม่ควรตัดสินใจจากโพสต์ Facebook เพียงอย่างเดียว ต้องตรวจสอบบริษัทจัดหางาน ใบอนุญาต ประเทศปลายทาง นายจ้าง สัญญาจ้าง ค่าใช้จ่าย และขั้นตอนการเดินทางกับกรมการจัดหางานก่อนโอนเงินหรือมอบหนังสือเดินทางให้บุคคลอื่น
สรุปแล้ว หางานผ่านเว็บไซต์ดีกว่า Facebook หรือไม่
สำหรับผู้สมัครส่วนใหญ่ เว็บไซต์หางานดีกว่าในฐานะช่องทางหลัก เพราะช่วยให้ค้นหาตามตำแหน่ง สถานที่ เงินเดือน และประเภทงานได้เป็นระบบ เปรียบเทียบหลายบริษัทได้ง่าย บันทึกประวัติการสมัครได้ และมีโอกาสส่งใบสมัครเข้าสู่กระบวนการสรรหาอย่างเป็นทางการมากกว่า
ส่วน Facebook เหมาะเป็นช่องทางเสริม สำหรับติดตามงานเร่งด่วน งานใกล้บ้าน งานพาร์ตไทม์ งานบริการ และตำแหน่งจากธุรกิจขนาดเล็ก รวมถึงใช้รับข้อมูลจากชุมชนหรือเครือข่ายอาชีพ
กลยุทธ์ที่เหมาะสมจึงไม่ใช่การเลือกว่าจะใช้เว็บไซต์หรือ Facebook เพียงอย่างเดียว แต่ควรใช้เว็บไซต์เพื่อค้นหาและสมัครอย่างเป็นระบบ แล้วใช้ Facebook เพื่อค้นพบโอกาสเพิ่มเติม เมื่อพบประกาศจาก Facebook ให้ย้อนกลับไปตรวจสอบบริษัทและสมัครผ่านช่องทางทางการเมื่อทำได้
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อย่าเชื่อถือประกาศเพียงเพราะมีโลโก้บริษัท มีผู้ติดตามจำนวนมาก หรือปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ที่รู้จัก ผู้สมัครควรตรวจสอบตัวตนนายจ้าง อ่านเงื่อนไขให้ครบ ไม่จ่ายเงินเพื่อแลกกับคำสัญญาว่าจะได้งาน และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกินความจำเป็น
การหางานที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่การสมัครให้มากที่สุด แต่คือการค้นหาตำแหน่งที่เหมาะสม ตรวจสอบให้รอบคอบ และส่งใบสมัครที่ตรงกับความต้องการของนายจ้างมากที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการหางานผ่านเว็บไซต์และ Facebook
หางานใน Facebook เชื่อถือได้หรือไม่
มีทั้งประกาศจริงและประกาศปลอม ความน่าเชื่อถือขึ้นอยู่กับตัวนายจ้างและรายละเอียดของประกาศ ไม่ใช่ตัว Facebook เพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบชื่อบริษัท ที่อยู่ ผู้ติดต่อ และช่องทางทางการก่อนสมัคร
เว็บไซต์หางานตรวจสอบบริษัทให้แล้วหรือไม่
แต่ละเว็บไซต์มีมาตรการแตกต่างกัน บางแห่งมีการตรวจสอบบัญชีนายจ้างหรือระบบรายงานประกาศ แต่ไม่ควรถือว่าทุกประกาศได้รับการรับรอง ผู้สมัครยังต้องตรวจสอบด้วยตนเอง
เห็นงานใน Facebook ควรแสดงความคิดเห็นว่า “สนใจ” หรือไม่
สามารถทำได้หากต้องการสอบถามเบื้องต้น แต่ไม่ควรโพสต์เบอร์โทรศัพท์ สำเนาเอกสาร หรือข้อมูลส่วนตัวลงในความคิดเห็นสาธารณะ ทางเลือกที่ดีกว่าคือสอบถามช่องทางสมัครอย่างเป็นทางการ
บริษัทขอให้แอดไลน์ก่อนสมัครงานผิดปกติหรือไม่
ไม่ผิดปกติเสมอไป โดยเฉพาะร้านค้าและธุรกิจขนาดเล็ก แต่ควรตรวจสอบชื่อบริษัทและตัวตนผู้ติดต่อก่อนส่งเอกสาร หากผู้ติดต่อไม่ยอมแจ้งชื่อบริษัทหรือรายละเอียดงาน ควรเพิ่มความระมัดระวัง
สมัครผ่านเว็บไซต์แล้วควรสมัครซ้ำทาง Facebook หรือไม่
ไม่ควรส่งซ้ำหลายช่องทางโดยไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้ข้อมูลซ้ำในระบบ สามารถส่งข้อความแจ้งฝ่ายบุคคลอย่างสุภาพว่าได้สมัครผ่านเว็บไซต์แล้ว และต้องการยืนยันความสนใจในตำแหน่ง
ช่องทางไหนทำให้ได้งานเร็วกว่า
Facebook อาจตอบกลับเร็วในงานเร่งด่วน งานบริการ และธุรกิจขนาดเล็ก ส่วนเว็บไซต์มักมีประสิทธิภาพกว่าเมื่อต้องค้นหางานจำนวนมาก เปรียบเทียบเงื่อนไข และสมัครตำแหน่งที่มีกระบวนการคัดเลือกเป็นทางการ
ควรส่งสำเนาบัตรประชาชนตั้งแต่สมัครงานหรือไม่
โดยทั่วไปไม่ควรส่งตั้งแต่ขั้นสอบถามหรือสมัครเบื้องต้น เว้นแต่บริษัทชี้แจงเหตุผลและผู้สมัครตรวจสอบตัวตนบริษัทแล้ว เอกสารสำคัญควรส่งเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนที่จำเป็น เช่น ทำสัญญาหรือเตรียมเริ่มงาน พร้อมเขียนกำกับวัตถุประสงค์บนสำเนา
บทสรุปสำหรับผู้หางาน
ให้ใช้เว็บไซต์หางานเป็นศูนย์กลางในการค้นหา เปรียบเทียบ และติดตามใบสมัคร ใช้ Facebook เพื่อเพิ่มโอกาสในการพบประกาศจากธุรกิจท้องถิ่นและงานที่เปิดรับเร่งด่วน จากนั้นตรวจสอบประกาศทุกครั้งก่อนติดต่อ ส่งเอกสาร หรือตอบรับงาน
ผู้สมัครสามารถเริ่มค้นหาตำแหน่งที่ตรงกับสายงานและพื้นที่ที่ต้องการผ่าน Get-TheJob.com พร้อมติดตามกลุ่ม Facebook ที่เกี่ยวข้องเป็นช่องทางเสริม วิธีนี้ช่วยให้เข้าถึงงานได้กว้างขึ้น โดยยังรักษาความเป็นระบบ ความปลอดภัย และความเป็นมืออาชีพตลอดกระบวนการสมัครงาน