หางาน

สมัครงานหลายตำแหน่งในบริษัทเดียวได้ไหม? HR มองอย่างไร และสมัครแบบไหนไม่ให้เสียโอกาส

สมัครงานหลายตำแหน่งในบริษัทเดียวได้ไหม? HR มองอย่างไร และสมัครแบบไหนไม่ให้เสียโอกาส

การเจอบริษัทที่อยากร่วมงานด้วย แต่บริษัทนั้นเปิดรับสมัครพร้อมกันหลายตำแหน่ง เป็นสถานการณ์ที่คนหางานพบได้บ่อย เช่น บริษัทหนึ่งเปิดรับทั้ง Sales Executive, Sales Supervisor, Business Development และ Key Account Executive ซึ่งเมื่ออ่านรายละเอียดงานแล้ว ผู้สมัครอาจรู้สึกว่าประสบการณ์ของตนเองสามารถทำได้มากกว่าหนึ่งตำแหน่ง

คำถามที่ตามมาคือ “สมัครงานหลายตำแหน่งในบริษัทเดียวกันได้ไหม?”

คำตอบคือ ได้ และในหลายกรณีก็ไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกติ แต่การสมัครหลายตำแหน่งต้องทำอย่างมีกลยุทธ์ เพราะผลลัพธ์สามารถเกิดได้ทั้งสองด้าน

หากตำแหน่งที่สมัครมีความเกี่ยวข้องกันและสอดคล้องกับประสบการณ์ การสมัครมากกว่าหนึ่งตำแหน่งอาจเพิ่มโอกาสให้ HR มองเห็นความเหมาะสมของผู้สมัครในหลายมิติ

แต่ถ้าสมัครทุกตำแหน่งที่บริษัทเปิด ตั้งแต่งานขาย งานบัญชี งาน HR ไปจนถึงงานคลังสินค้า ทั้งที่ประสบการณ์ไม่ได้เชื่อมโยงกันเลย สิ่งที่ผู้สมัครต้องการสื่อว่า “อยากทำงานกับบริษัทนี้มาก” อาจถูก HR ตีความกลับกันว่า “ผู้สมัครยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการทำงานอะไร”

ดังนั้น ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “สมัครได้กี่ตำแหน่ง” แต่คือ ตำแหน่งที่สมัครมีเหตุผลรองรับหรือไม่

สมัครหลายตำแหน่งในบริษัทเดียวกันได้จริงหรือ?

ในทางปฏิบัติ บริษัทจำนวนมากสามารถรับใบสมัครจากผู้สมัครคนเดียวสำหรับหลาย Job Requisition หรือหลายตำแหน่งได้ ระบบ Applicant Tracking System หรือ ATS หลายระบบก็รองรับการสมัครมากกว่าหนึ่งตำแหน่ง

ตัวอย่างเช่น เอกสารของ Workday Recruiting ระบุว่าผู้สมัครสามารถกลับมาสมัครงานอื่นผ่าน Candidate Home ได้ และระบบสามารถเก็บประวัติใบสมัครทั้งที่ยัง Active และ Inactive ขณะที่ผู้ใช้งานฝั่ง Recruiting ที่มีสิทธิ์สามารถดูงานและใบสมัครที่ผู้สมัครเคยสมัครได้เช่นกัน

นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ผู้สมัครไม่ควรคิดว่า

“สมัครไปหลายตำแหน่งไม่เป็นไร HR คงไม่รู้”

เพราะในบริษัทที่ใช้ระบบสรรหาบุคลากรแบบรวมศูนย์ Recruiter อาจสามารถเห็นประวัติการสมัครงานของผู้สมัครคนเดียวกันได้

ขณะเดียวกัน บริษัทบางแห่งอาจตั้งข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวนหรือความถี่ในการสมัครได้ ตัวอย่างเช่น Greenhouse มีฟังก์ชัน Application Limit Rules ซึ่งองค์กรสามารถใช้จำกัดความถี่ของการสมัคร หรือกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับผู้สมัครที่เคยถูกปฏิเสธมาก่อน ดังนั้น ผู้สมัครควรตรวจสอบเงื่อนไขของบริษัทแต่ละแห่งด้วย เพราะไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกบริษัท

HR จะมองไม่ดีไหม ถ้าสมัครหลายตำแหน่ง?

คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับว่าคุณสมัครตำแหน่งอะไร

ลองเปรียบเทียบสองสถานการณ์

ผู้สมัครคนแรกมีประสบการณ์ฝ่ายขาย 5 ปี และสมัครตำแหน่ง

Sales Executive

Key Account Executive

Business Development Executive

ตำแหน่งเหล่านี้อยู่ในสายงานที่มีทักษะบางส่วนทับซ้อนกัน เช่น การขาย การเจรจาต่อรอง การดูแลลูกค้า การพัฒนาธุรกิจ และการทำยอดขาย

ในมุมของ Recruiter การสมัครลักษณะนี้ยังสามารถอธิบายได้ว่า ผู้สมัครกำลังมองหาโอกาสในสายงาน Sales/Business Development และมีความยืดหยุ่นเรื่องขอบเขตความรับผิดชอบ

แต่ลองดูผู้สมัครอีกคนหนึ่งที่สมัครพร้อมกันเป็น

Sales Executive

HR Officer

Accountant

Warehouse Supervisor

Graphic Designer

คำถามที่ Recruiter อาจเกิดขึ้นทันทีคือ

“จริง ๆ แล้วผู้สมัครคนนี้ต้องการทำงานอะไร?”

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนใบสมัคร แต่เกิดจาก ความไม่สัมพันธ์กันของ Career Direction

Indeed ซึ่งเผยแพร่คำแนะนำเกี่ยวกับการสมัครหลายตำแหน่งในบริษัทเดียวกันก็เสนอแนวทางให้ผู้สมัครเริ่มจากการพิจารณาความสนใจ ความสามารถ และคุณสมบัติของตนเอง แล้วคัดเฉพาะตำแหน่งที่มีความสอดคล้อง แทนที่จะสมัครทุกตำแหน่งที่บริษัทเปิดรับ นอกจากนี้ยังแนะนำให้ปรับ Resume และเอกสารสมัครงานให้ตรงกับแต่ละตำแหน่ง

ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่ “สมัครหลายงาน” แต่คือ “สมัครแบบหว่าน”

คำว่า “หว่าน Resume” เป็นพฤติกรรมที่พบได้ในการหางาน ผู้สมัครบางคนคิดว่ายิ่งส่งใบสมัครจำนวนมาก โอกาสได้รับการติดต่อยิ่งสูง

ในทางคณิตศาสตร์อาจดูสมเหตุสมผล แต่กระบวนการ Recruitment ไม่ได้พิจารณาเฉพาะจำนวนใบสมัคร

Recruiter ต้องการหาคนที่มี Job Fit

กล่าวคือ บุคคลนั้นมีประสบการณ์ ทักษะ ความสามารถ ระดับตำแหน่ง ความสนใจ และแรงจูงใจที่เหมาะสมกับงานหรือไม่

ถ้าผู้สมัครส่ง Resume เดียวกันไปยัง 7 ตำแหน่งที่แตกต่างกันมาก สิ่งที่เกิดขึ้นคือ Resume อาจไม่ได้ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งอย่างชัดเจน

ผลคือสมัครมากขึ้น แต่คุณภาพของแต่ละใบสมัครกลับลดลง

นี่คือเหตุผลว่าทำไม “จำนวนใบสมัคร” ไม่ควรถูกใช้แทน “คุณภาพของใบสมัคร”

แล้วควรสมัครกี่ตำแหน่งในบริษัทเดียว?

ไม่มีมาตรฐานสากลที่กำหนดว่าผู้สมัครควรสมัครได้ไม่เกิน 1, 2 หรือ 3 ตำแหน่ง เพราะบริษัทสามารถกำหนดนโยบายและระบบรับสมัครแตกต่างกันได้

แต่ในเชิงกลยุทธ์ สำหรับผู้สมัครทั่วไป หากมีงานเปิดพร้อมกันหลายตำแหน่ง การเลือกประมาณ 1-3 ตำแหน่งที่มีความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจน มักอธิบาย Career Direction ได้ง่ายกว่าการสมัคร 5-10 ตำแหน่งที่แตกต่างกัน

ตัวเลขนี้เป็นเพียงแนวทางเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่กฎของ HR

สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนคือ คุณสามารถตอบคำถามนี้ได้หรือไม่

“ทำไมคุณถึงเหมาะกับทุกตำแหน่งที่คุณสมัคร?”

ถ้าสามารถตอบได้อย่างมีเหตุผล การสมัครมากกว่าหนึ่งตำแหน่งอาจไม่มีปัญหา

แต่ถ้าคำตอบมีเพียง

“ตำแหน่งไหนก็ได้ครับ ขอให้ได้งานก่อน”

นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังสมัครกว้างเกินไป

กรณีที่ควรสมัครหลายตำแหน่งในบริษัทเดียวกัน

การสมัครหลายตำแหน่งเหมาะสมมากขึ้นเมื่อแต่ละตำแหน่งอยู่ใน Career Family เดียวกัน

ตัวอย่างเช่น คนที่มีประสบการณ์ด้านบัญชีอาจสมัครทั้ง Senior Accountant และ GL Accountant หากประสบการณ์รองรับ

ผู้สมัครสายวิศวกรรมอาจสนใจทั้ง Production Engineer และ Process Engineer

พนักงานขายที่มีประสบการณ์ดูแลลูกค้าองค์กรอาจสมัครทั้ง Key Account Executive และ Business Development Executive

นักการตลาดออนไลน์อาจสมัคร Digital Marketing Executive และ Performance Marketing Executive หากมีทักษะตรงตามรายละเอียดงานทั้งสองตำแหน่ง

สิ่งที่เชื่อมโยงตัวอย่างเหล่านี้เข้าด้วยกันคือ เรื่องราวทางอาชีพหรือ Career Story ยังเป็นเรื่องเดียวกัน

เมื่อ Recruiter ถามว่า

“ทำไมถึงสมัครสองตำแหน่ง?”

ผู้สมัครสามารถตอบอย่างมีเหตุผลได้ทันที

กรณีที่ไม่ควรสมัครหลายตำแหน่ง

สถานการณ์ที่ควรระวังมากที่สุดคือ ตำแหน่งที่สมัครไม่มีความสัมพันธ์กันเลย

สมมติว่าบริษัทแห่งหนึ่งประกาศรับ 15 ตำแหน่ง และผู้สมัครกดสมัครไป 10 ตำแหน่งเพียงเพราะชอบชื่อบริษัท

จากมุมของผู้สมัคร นี่อาจหมายถึง

“ผมอยากทำงานที่นี่มาก”

แต่จากมุม Recruitment อาจถูกตีความได้ว่า

“ผู้สมัครไม่ได้เลือกงานตามความเหมาะสม”

ยิ่งถ้า Resume ไม่ได้แสดงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งเหล่านั้น ความน่าเชื่อถือของการสมัครก็อาจลดลง

ดังนั้น ความกระตือรือร้นที่มีต่อบริษัทควรถูกแสดงผ่าน คุณภาพของการสมัคร มากกว่าปริมาณใบสมัคร

สมัคร Sales Executive กับ Sales Supervisor พร้อมกันได้ไหม?

คำถามลักษณะนี้พบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะผู้สมัครที่ประสบการณ์อยู่ระหว่างสองระดับตำแหน่ง

ตัวอย่างเช่น ผู้สมัครมีประสบการณ์ Sales 4 ปี เคยช่วยดูแลทีม แต่ยังไม่ได้มีตำแหน่ง Supervisor อย่างเป็นทางการ

บริษัทหนึ่งเปิดรับทั้ง Sales Executive และ Sales Supervisor

กรณีนี้สามารถสมัครทั้งสองตำแหน่งได้ หากคุณสมบัติพื้นฐานใกล้เคียงกัน

แต่ Resume สำหรับ Sales Supervisor ควรเน้นเรื่องที่แตกต่างจาก Resume ของ Sales Executive

สำหรับ Sales Executive ควรเน้นยอดขาย การหาลูกค้า การปิดการขาย การรักษาฐานลูกค้า และการทำ Target

ขณะที่ Sales Supervisor ควรเพิ่มเรื่องการบริหารทีม การ Coaching การติดตาม KPI การ Forecast ยอดขาย การแก้ปัญหาของทีม และการรายงานผลต่อผู้จัดการ

แม้จะเป็นคนเดียวกัน แต่ Value Proposition ที่นำเสนอให้บริษัทควรแตกต่างตามตำแหน่ง

Resume เดียวใช้สมัครทุกตำแหน่งได้ไหม?

ทางเทคนิคสามารถใช้ได้ แต่ในเชิงกลยุทธ์ไม่ควรใช้ Resume แบบเดียวกันโดยไม่ปรับอะไรเลย หากรายละเอียดของสองตำแหน่งแตกต่างกันพอสมควร

ไม่จำเป็นต้องเขียน Resume ใหม่ทั้งหมด

ข้อมูลพื้นฐาน เช่น ชื่อบริษัทเดิม ระยะเวลาทำงาน การศึกษา และประวัติการทำงานไม่ควรเปลี่ยนแปลงตามตำแหน่ง เพราะต้องสะท้อนข้อเท็จจริงเดียวกัน

สิ่งที่สามารถปรับได้คือ Professional Summary, Key Skills, ลำดับความสำคัญของประสบการณ์ และ Achievement ที่เลือกนำเสนอ

Resume จึงไม่ควรเปลี่ยน “ข้อเท็จจริง”

แต่ควรเปลี่ยน “น้ำหนักของข้อมูล”

เพื่อช่วยให้ Recruiter เห็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งนั้นเร็วที่สุด

Indeed ก็แนะนำว่าหากตัดสินใจสมัครมากกว่าหนึ่งตำแหน่งในบริษัทเดียว ควรปรับ Resume, Cover Letter และเอกสารการสมัครให้ตรงกับแต่ละงาน แทนการส่งเอกสารชุดเดียวกันทั้งหมด

ถ้า HR ถามว่า “ทำไมสมัครหลายตำแหน่ง?” ควรตอบอย่างไร ! (คำถามสัมภาษณ์งานที่พบบ่อย)

อย่าตอบว่า

“ตำแหน่งไหนก็ได้ครับ”

“สมัครเผื่อไว้”

“เห็นเปิดหลายตำแหน่งเลยลองสมัครหมด”

หรือ

“อยากเข้าบริษัทนี้มาก งานอะไรก็ทำได้”

แม้ผู้สมัครอาจมีเจตนาดี แต่คำตอบดังกล่าวไม่ได้ช่วยแสดง Career Direction

คำตอบที่ดีกว่าควรประกอบด้วยสามส่วน ได้แก่ ความสนใจในสายงาน ประสบการณ์ที่เชื่อมโยง และเหตุผลว่าทำไมทั้งสองตำแหน่งจึงเหมาะกับคุณ

ตัวอย่างเช่น

“ผมสมัครทั้ง Key Account Executive และ Business Development Executive เพราะประสบการณ์หลักของผมอยู่ด้าน B2B Sales และการดูแลลูกค้าองค์กรครับ งานเดิมผมมีทั้งส่วนที่ดูแล Existing Accounts และหา New Business จึงมองว่าประสบการณ์สามารถเชื่อมโยงกับทั้งสองตำแหน่งได้ อย่างไรก็ตาม หากบริษัทประเมินแล้วว่าประสบการณ์ของผมเหมาะกับตำแหน่งใดมากกว่า ผมยินดีพูดคุยรายละเอียดเพิ่มเติมครับ”

คำตอบลักษณะนี้ให้ภาพที่แตกต่างจากการพูดว่า “อะไรก็ได้”

เพราะคุณกำลังบอก Recruiter ว่า คุณมี Career Direction แต่เปิดกว้างเรื่อง Job Scope

สองเรื่องนี้แตกต่างกันมาก

ถ้าสมัครตำแหน่งแรกแล้วไม่ได้ ควรสมัครตำแหน่งอื่นในบริษัทเดิมไหม?

ได้

การถูกปฏิเสธจากตำแหน่งหนึ่งไม่ได้แปลว่าคุณไม่เหมาะกับบริษัททั้งหมด

Recruitment เป็นการประเมินความเหมาะสมระหว่าง Candidate กับ Job Requirement ของตำแหน่งหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง

คุณอาจไม่ผ่านตำแหน่ง Sales Manager เพราะประสบการณ์บริหารทีมยังไม่เพียงพอ แต่สามารถเหมาะสมมากกับ Senior Sales Executive

หรืออาจไม่เหมาะกับ Marketing Manager แต่เหมาะกับ Digital Marketing Specialist

ยิ่งไปกว่านั้น ระบบ Recruitment บางประเภทเปิดทางให้ Recruiter ย้ายหรือคัดผู้สมัครไปยัง Job Requisition อื่นได้ ตัวอย่างใน Workday มีฟังก์ชันสำหรับ Recruiting users ในการย้ายหรือคัดลอกใบสมัครของผู้สมัครไปยังตำแหน่งอื่น เมื่อพบว่าบุคคลนั้นอาจเหมาะกับ Job Requisition อื่นมากกว่า

ดังนั้น การไม่ผ่านงานหนึ่งไม่ได้เท่ากับการถูกบริษัทปฏิเสธตลอดไป

แต่หากบริษัทแจ้งชัดว่ามีนโยบายเว้นระยะก่อนสมัครใหม่ หรือระบบไม่อนุญาตให้สมัครซ้ำ ก็ควรปฏิบัติตามเงื่อนไขของบริษัทนั้น

สมัครตำแหน่งที่ระดับต่างกันมากได้ไหม?

สมัครได้ แต่ต้องระมัดระวัง

สมมติว่าคุณสมัครทั้ง Sales Executive และ Sales Manager พร้อมกัน

Recruiter อาจสงสัยทันทีว่า ระดับความสามารถจริงของคุณอยู่ตรงไหน

ถ้าประสบการณ์ของคุณอยู่ในระดับ Manager อย่างชัดเจน การสมัคร Executive อาจทำให้เกิดคำถามเรื่องเงินเดือน ความคาดหวัง และโอกาสที่จะอยู่กับองค์กรในระยะยาว

ในทางกลับกัน ถ้าประสบการณ์อยู่ระดับ Junior แต่สมัคร Manager ด้วย Recruiter อาจมองว่าผู้สมัครยังประเมินระดับของตนเองไม่ตรงกับ Job Requirement

แต่มีกรณีที่สมัครข้ามระดับได้ เช่น ประสบการณ์อยู่บริเวณรอยต่อระหว่าง Senior Executive กับ Supervisor หรือ Supervisor กับ Assistant Manager

ประเด็นสำคัญคือ ต้องสามารถอธิบายเหตุผลได้

มุมมองของ HR: เขาไม่ได้ถามแค่ว่า “ทำงานได้ไหม”

ผู้สมัครจำนวนมากประเมินตำแหน่งงานโดยใช้คำถามเดียวคือ

“เราทำงานนี้ได้ไหม?”

แต่ Recruiter และ Hiring Manager อาจประเมินกว้างกว่านั้น

พวกเขาอาจพิจารณาว่า

ผู้สมัครมี Competency ตรงหรือไม่

ระดับประสบการณ์เหมาะสมหรือไม่

เงินเดือนอยู่ใน Budget หรือไม่

Career Direction สอดคล้องกับงานหรือไม่

Motivation คืออะไร

ความคาดหวังของผู้สมัครตรงกับตำแหน่งหรือไม่

และมีแนวโน้มที่จะทำงานในตำแหน่งนั้นได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่

แนวทาง Structured Hiring สมัยใหม่ก็ให้ความสำคัญกับการกำหนดเกณฑ์และ Competency ที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้สมัครถูกประเมินตามมาตรฐานเดียวกัน มากกว่าการใช้ความรู้สึกเพียงอย่างเดียว

ดังนั้น ต่อให้บริษัทชอบ Profile ของคุณมาก ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกตำแหน่งจะเหมาะกับคุณเท่ากัน

วิธีสมัครหลายตำแหน่งในบริษัทเดียวให้ดูเป็นมืออาชีพ

หลักปฏิบัติที่สำคัญสามารถสรุปได้ดังนี้

  • เลือกเฉพาะตำแหน่งที่มีความเชื่อมโยงกับประสบการณ์และ Career Direction ของคุณจริง ๆ
  • อ่าน Job Description ของทุกตำแหน่งก่อนสมัคร ไม่พิจารณาจากชื่อตำแหน่งเพียงอย่างเดียว
  • ปรับ Professional Summary, Skills และ Achievement ใน Resume ให้สัมพันธ์กับแต่ละตำแหน่ง
  • ใช้ข้อมูลประวัติการทำงานที่ตรงกันทุกใบสมัคร ไม่เปลี่ยนข้อเท็จจริงเพื่อให้ดูเหมาะกับแต่ละงาน
  • หากมี Recruiter ติดต่อมา ให้บอกตรง ๆ ว่าสมัครมากกว่าหนึ่งตำแหน่งและอธิบายเหตุผลอย่างมืออาชีพ
  • หากบริษัทมีนโยบายจำกัดจำนวนหรือความถี่ในการสมัคร ควรปฏิบัติตาม
  • หลีกเลี่ยงการสร้างหลายบัญชีหรือใช้อีเมลหลายชุดเพื่อหลบข้อจำกัดของระบบ
  • อย่าส่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนเกินความจำเป็น หากบริษัทไม่ได้ร้องขอผ่านช่องทางที่เหมาะสม
  • หากมีหนึ่งตำแหน่งที่ต้องการมากที่สุด ควรกำหนด “ตำแหน่งหลัก” ของตนเองไว้ให้ชัดเจน
  • เน้นคุณภาพของใบสมัคร มากกว่าการพยายามสมัครทุกตำแหน่งที่มองเห็น

วิเคราะห์เชิงกลยุทธ์: สมัครหนึ่งตำแหน่งหรือหลายตำแหน่ง แบบไหนดีกว่า?

ไม่มีคำตอบว่าแบบใดดีกว่าเสมอไป

ถ้าคุณพบตำแหน่งหนึ่งที่ตรงกับประสบการณ์อย่างชัดเจนที่สุด การทุ่มเวลาให้ Resume และการสมัครตำแหน่งนั้นมีคุณภาพสูง อาจเป็นกลยุทธ์ที่ดีกว่าการแบ่งความสนใจไปหาหลายตำแหน่ง

แต่ถ้ามีสองตำแหน่งที่ Requirement ใกล้เคียงกัน และประสบการณ์ของคุณครอบคลุมทั้งสองด้าน การสมัครทั้งคู่ก็สมเหตุสมผล

ลองนึกถึงการสมัครงานเป็นเรื่องของ Positioning

คุณกำลังพยายามตอบคำถามของนายจ้างว่า

“เพราะอะไรเราควรเรียกคนนี้มาสัมภาษณ์สำหรับตำแหน่งนี้?”

ยิ่งคำตอบชัด โอกาสที่ Resume จะถูกพิจารณาก็ยิ่งดี

ในทางกลับกัน หากสมัครหลายตำแหน่งจน Recruiter ไม่สามารถบอกได้ว่าคุณกำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นนักขาย นักการตลาด นักบัญชี หรือผู้จัดการ การสมัครจำนวนมากอาจไม่ได้เพิ่มคุณค่าให้ Profile ของคุณ

เด็กจบใหม่สมัครหลายตำแหน่งได้ไหม?

เด็กจบใหม่เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่การสมัครหลายตำแหน่งสามารถเข้าใจได้ เพราะหลายคนยังอยู่ในช่วงค้นหาสายงานที่เหมาะกับตนเอง

อย่างไรก็ตาม “ยังไม่มีประสบการณ์” ไม่ได้หมายความว่าควรสมัครทุกอย่าง

เด็กจบใหม่ควรหาจุดเชื่อมโยงจากสาขาที่เรียน Internship กิจกรรมมหาวิทยาลัย Project ภาษา Software Skill หรือ Soft Skills เพื่อกำหนดกลุ่มตำแหน่งที่เหมาะสม

เช่น ผู้จบ Marketing อาจสมัคร Marketing Coordinator, Digital Marketing และ Sales & Marketing ได้ หาก Profile รองรับ

แต่การสมัคร Marketing, Accountant, Engineer และ Programmer พร้อมกันโดยไม่มีทักษะที่เกี่ยวข้อง อาจทำให้ Career Direction ดูไม่ชัดเจน

ถ้าชอบบริษัทมาก แต่ยังไม่รู้ว่าควรสมัครตำแหน่งไหน ทำอย่างไร?

อย่าเริ่มจากคำถามว่า

“บริษัทมีงานอะไรเปิดบ้าง?”

ให้เริ่มจาก

“เราสามารถสร้างคุณค่าอะไรให้บริษัทได้บ้าง?”

จากนั้นจึงนำ Skills และ Experience ของตัวเองไปเปรียบเทียบกับตำแหน่งที่เปิด

วิธีนี้จะเปลี่ยนการหางานจาก Company-first Application เป็น Fit-based Application

การชอบ Brand, Culture, Product หรือชื่อเสียงของบริษัทเป็นเหตุผลที่ดีในการสนใจองค์กร แต่ในที่สุด Hiring Manager ยังต้องตอบคำถามว่า

“คนนี้เหมาะกับงานที่เรากำลังจ้างหรือไม่?”

เพราะบริษัทไม่ได้รับพนักงานเข้ามาเพียงเพราะผู้สมัครชอบบริษัท

บริษัทรับคนเข้ามาเพื่อแก้ปัญหา รับผิดชอบงาน และสร้างผลลัพธ์บางอย่างให้กับองค์กร

ข้อสรุป: สมัครหลายตำแหน่งได้ แต่ต้องทำให้ HR เห็นว่า “คุณมีเป้าหมาย”

สมัครงานหลายตำแหน่งในบริษัทเดียวกันได้ และไม่ได้หมายความว่าจะถูก HR ตัดสิทธิ์โดยอัตโนมัติ

สิ่งที่สำคัญคือแต่ละตำแหน่งต้องมีความสัมพันธ์กับประสบการณ์ ความสามารถ และเป้าหมายทางอาชีพของคุณ

การสมัคร Sales Executive, Key Account Executive และ Business Development Executive อาจสมเหตุสมผลสำหรับคนที่มีพื้นฐาน B2B Sales

แต่การสมัคร Sales, HR, Accountant, Warehouse และ Graphic Designer พร้อมกันโดยไม่มีเหตุผลเชื่อมโยง อาจทำให้ Profile ดูไม่มีทิศทาง

สำหรับผู้สมัครทั่วไป หากต้องการสมัครมากกว่าหนึ่งตำแหน่งในบริษัทเดียวกัน ควรเลือกเพียงกลุ่มงานที่มีความเกี่ยวข้องจริง และสามารถอธิบายได้ว่าทำไมคุณจึงเหมาะกับแต่ละตำแหน่ง

สิ่งที่ควรจำที่สุดคือ

อย่าสมัครหลายตำแหน่งเพียงเพื่อเพิ่มจำนวนใบสมัคร แต่ให้สมัครหลายตำแหน่งเมื่อคุณมีคุณสมบัติรองรับหลายตำแหน่งจริง ๆ

เพราะเป้าหมายของการสมัครงานไม่ใช่การทำให้ HR เห็นชื่อของเราบ่อยที่สุด

แต่คือการทำให้ HR เห็นแล้วเข้าใจได้ทันทีว่า

“ผู้สมัครคนนี้เหมาะกับงานอะไร และเพราะอะไรเราควรเรียกเขามาสัมภาษณ์”

เมื่อ Career Direction ชัด Resume ตรงกับตำแหน่ง และเหตุผลในการสมัครมีน้ำหนัก การสมัครมากกว่าหนึ่งตำแหน่งในบริษัทเดียวกันก็สามารถเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพได้ ไม่ใช่ข้อเสีย


FAQ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสมัครงานหลายตำแหน่งในบริษัทเดียว

สมัครงาน 2 ตำแหน่งในบริษัทเดียวได้ไหม?

ได้ โดยเฉพาะหากทั้งสองตำแหน่งมีลักษณะงานใกล้เคียงกันและประสบการณ์ของผู้สมัครรองรับทั้งสองตำแหน่ง ควรปรับ Resume ให้เน้นทักษะที่ตรงกับแต่ละงาน และเตรียมอธิบายเหตุผลหาก Recruiter สอบถาม

สมัครงาน 3 ตำแหน่งในบริษัทเดียวเยอะเกินไปไหม?

ไม่จำเป็นต้องถือว่าเยอะ หากทั้งสามตำแหน่งอยู่ในสายงานเดียวกัน เช่น Sales Executive, Key Account Executive และ Business Development Executive แต่หากเป็นสามสายงานที่แตกต่างกันมาก ควรเลือกตำแหน่งที่ตรงกับเป้าหมายอาชีพมากที่สุด

สมัครทุกตำแหน่งที่บริษัทเปิดได้ไหม?

ในทางเทคนิคอาจทำได้ขึ้นอยู่กับระบบและนโยบายของบริษัท แต่ไม่แนะนำ เพราะอาจทำให้ Recruiter มองว่าผู้สมัครไม่มี Career Direction ที่ชัดเจน ควรสมัครเฉพาะงานที่คุณสมบัติของคุณตรงจริง ๆ

HR รู้ไหมว่าเราสมัครหลายตำแหน่ง?

มีโอกาสรู้ โดยเฉพาะบริษัทที่ใช้ Applicant Tracking System หรือระบบ Recruitment แบบรวมศูนย์ ซึ่ง Recruiter อาจสามารถเห็นประวัติการสมัครของผู้สมัครภายในระบบได้

ใช้ Resume เดียวสมัครหลายตำแหน่งได้ไหม?

สามารถใช้ข้อมูลพื้นฐานชุดเดียวกันได้ แต่ควรปรับ Professional Summary, Skills และ Achievement ให้สัมพันธ์กับ Job Description ของแต่ละตำแหน่ง โดยไม่เปลี่ยนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติการทำงาน

สมัครงานบริษัทเดิมหลังจากถูกปฏิเสธได้ไหม?

ได้ การไม่ผ่านตำแหน่งหนึ่งไม่ได้หมายความว่าจะไม่เหมาะกับตำแหน่งอื่น อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบนโยบายของบริษัทเกี่ยวกับการสมัครซ้ำหรือระยะเวลาที่ต้องเว้นก่อนสมัครใหม่

สมัครตำแหน่ง Junior และ Senior พร้อมกันได้ไหม?

ทำได้ในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อประสบการณ์ของผู้สมัครอยู่ระหว่างสองระดับ แต่ต้องเตรียมอธิบายว่าทำไมจึงสนใจทั้งสองตำแหน่ง และระดับความรับผิดชอบใดที่เหมาะกับประสบการณ์ของตนเอง

ถ้า HR ถามว่าตำแหน่งไหนอยากได้มากที่สุด ควรตอบอย่างไร?

ควรระบุตำแหน่งที่เป็น Priority ของคุณอย่างชัดเจน แล้วอธิบายว่าทำไมประสบการณ์ของคุณเหมาะกับตำแหน่งนั้น พร้อมเปิดกว้างหาก Recruiter เห็นว่าคุณเหมาะกับอีกตำแหน่งหนึ่งมากกว่า